posttoday
มาร์คเปิดสภาแจงสว.หวังช่วยถล่มเสื้อแดง

มาร์คเปิดสภาแจงสว.หวังช่วยถล่มเสื้อแดง

29 เมษายน 2553

...ทีมข่าวการเมือง

หลายฝ่ายดูจะหมดหวังกับ “รัฐสภา” ในการทำหน้าที่หาทางออกให้กับวิกฤตชาติ

โดยเฉพาะ สส.พรรคเพื่อไทย ทิ้งเวทีสภาในการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล กลับไปขึ้นเวทีการเมืองข้างถนนของกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ก็อยู่หลังเวทีคอยให้กำลังใจแกนนำม็อบเสื้อแดง

นับแต่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ดำเนินมาเกือบสองเดือนจนถึงวันนี้ มีผู้เสียชีวิตครบทุกสี ทั้งเสื้อแดง เสื้อหลากสี และเสื้อสีเขียวของทหาร พัฒนาเป็นวิกฤตประเทศ

ทว่า สส.เพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดง ยังรวมหัว “ล้มอำนาจรัฐและอำมาตย์” ใช้ยุทธวิธีทั้งในและนอกสภา จนออกลูกมั่วกันเอง เพราะใกล้ปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 19 พ.ค. แต่พรรคเพื่อไทยก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่

ในห้วงเวลาที่ประเทศติดหล่ม กลุ่มตัวแทนภาคส่วนต่างๆ ในสังคมพยายามระดมหาทางออกเท่าที่ทำได้ องค์กรต่างๆ เรียกร้องฝ่ายเสื้อแดงให้สลายการชุมนุมและเปิดการเจรจากับรัฐบาล

แต่นับวันเสื้อแดงยิ่งใหญ่คับประเทศประหนึ่งตั้ง “กองกำลังอิสระ” ปลดแอกประเทศไทย สู่การ “รัฐไทยใหม่”

หากเปรียบเทียบอาการอึดอัดของสังคม ก็คงเทียบได้กับกาน้ำที่กำลังเดือดปุดๆ อดทน อดกลั้น กับคนเสื้อแดง บางส่วนเริ่มเหลืออดและเหนื่อยหน่ายกับภาวะตีบตันที่เป็นอยู่

ในองค์กรรัฐสภายังมีสมาชิกจำนวนหนึ่งต้องการใช้สภาเพื่อคลี่คลายวิกฤต เป็นที่ระบายไม่ให้ความขัดแย้งในชาติระเบิดเป็นภูเขาไฟ

ปีกวุฒิสภาได้ยื่นญัตติด่วนก่อนหน้านี้เพื่อดับกระแสร้อนโดย 24 สว. นำโดย เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้นำปัญหาการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าสู่การแก้ไขโดยกระบวนการรัฐสภา

กระทั่งกลุ่ม สว.ได้เข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 161 เพื่อให้รัฐบาลแถลงข้อเท็จจริง หรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ

ยก “ปัญหาม็อบแดง” มาพูดในสภา ทั้งกรณี 10 เมษาเลือด เหตุยิงเอ็ม 79 ใส่คนหลากสีที่สีลม เพื่อร่วมกันเค้นหาทางออกชาติเฉพาะหน้า ไม่ให้สูญเสียมากกว่านี้

ขณะที่ฝ่ายค้านที่ยืนสองขาเล่นทั้งในสภากับนอกสภาก็กลัวเสียสิทธิ ยื่นบีบให้รัฐบาลใช้มาตรา 179 ตามรัฐธรรมนูญชี้แจงปัญหาม็อบต่อรัฐสภา

มาตรา 179 ระบุว่า ในกรณีที่มีปัญหาสำคัญ รัฐบาลเห็นควรที่จะฟังความเห็น สส. สว. นายกฯ ก็สามารถแจ้งไปยังประธานรัฐสภาขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วม สส. และ สว.ได้

ในเกมสภาฝ่ายค้านมีอาวุธหนักอยู่แล้ว มาตรา 158 ตามรัฐธรรมนูญ คือ การเข้าชื่อยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

สรุปกลไกในรัฐธรรมนูญที่จะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ร้อนนอกสภา ให้รัฐบาลชี้แจงหรือให้ สว. สส. ซักถามประเด็นนักรบดำ นักรบแดง หรือเสนอทางออกจากหุบเหว มีทั้งหมด 3 มาตรา

สว.มีมาตรา 161 รัฐบาลมีมาตรา 179 ฝ่ายค้านมาตรา 158

สองมาตราแรก เป็นการอภิปรายซักถามระหว่างรัฐบาลกับสมาชิกโดยไม่มีการลงมติ ต่างจากการยื่นญัตติซักฟอกของฝ่ายค้านที่จะมีผลทางกฎหมาย เพราะหากนายกฯ แพ้เสียงโหวตในสภาก็ต้องพ้นจากเก้าอี้ และระหว่างมีการยื่นญัตติอภิปรายจะมีการยุบสภาไม่ได้เป็นอันขาด

เป็นทั้งคุณทั้งโทษของก๊วนทักษิณ เพราะถ้ายื่นดาบซักฟอกนายกฯ จะยุบสภาไม่ได้ สวนทางกับข้อเรียกร้องของม็อบแดง

สำหรับอภิสิทธิ์แล้วประกาศพร้อมใช้เวทีสภาเป็นทางออกจากวิกฤตความขัดแย้งตามแนวทางประชาธิปไตย

แน่นอนในสถานการณ์ที่รัฐบาลตกเป็นฝ่ายรับและรุกในตัว ย่อมต้องชั่งน้ำหนักว่า ประตูทั้ง 3 บานนี้ แนวทางไหนจะได้ประโยชน์กับประเทศ และเอื้อให้ตัวเองไม่ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ

การยื่นญัตติซักฟอกคงหนีไม่พ้นแน่ เพราะเป็นไฟต์บังคับของฝ่ายค้าน แต่จะยื่นหรือไม่อยู่ที่เพื่อไทยเอง ซึ่งจะชี้ขาดใน 12 วันนี้

ล่าสุด ในการประชุม ครม.วันอังคารที่ผ่านมา ถกเถียงกันเผ็ดร้อนก่อนมีข้อสรุปว่า รัฐบาลจะไม่ขอใช้สิทธิตามมาตรา 179 แต่เลือกไปชี้แจงในเวทีวุฒิสภาตามมาตรา 161 ในวันจันทร์ที่ 3 พ.ค.แทน

เพราะถ้าขอเปิดประชุมร่วม สส. และ สว. มาตรา 179 ฝ่ายค้านก็จะมีเวทีเล่นถึงสองเวที

สำหรับฝ่ายค้านถือเป็นคู่ขัดแย้งตรงกับรัฐบาลและแกนนำเสื้อแดง มีทั้ง สส.เพื่อไทยและคนใกล้ตัวนายใหญ่ ขณะที่ สส.เพื่อไทย ก็ขึ้นเวที “ราชประสงค์ผ่านฟ้า” เกือบครบทั้งพรรค

การหาทางออกของฝ่ายค้านโดยใช้สภาเป็นเวทีอภิปรายซักถาม เชื่อว่าที่สุดแล้วคงทำอะไรไม่ได้

ตรงกันข้ามจะยิ่งราดน้ำมันให้สถานการณ์บานปลายขึ้น เพราะฝ่ายค้านจะใช้เวทีนี้โจมตีรัฐบาลว่ามือเปื้อนเลือด

ไม่มีทางที่คู่ขัดแย้งอย่างเพื่อไทยจะหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ ที่สุดก็ต้องเรียกร้องให้ยุบสภาตามแนวทางของคนเสื้อแดง

เมื่อฝ่ายค้านมีเครื่องมืออภิปรายเป็นดาบรอเชือดรัฐบาลอยู่ รัฐบาลจึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มให้ฝ่ายค้านเชือดอีกหนึ่งเวที

ดังนั้น เหตุที่รัฐบาลเลือกชี้แจงกับวุฒิสภาก่อน เพราะยังถือว่าเป็นเวทีกลางที่พอจะคุยแลกเปลี่ยนปัญหาทางออกแบบเป็นเหตุผลได้ และ สว.ก็ไม่ใช่คู่กรณีตรง

อีกทั้งในวุฒิสภาแม้จะมีทั้งกลุ่มไม่เอารัฐบาล กลุ่มสายกลาง แต่ก็มีกลุ่มสนับสนุนรัฐบาล นำโดยกลุ่ม 40 สว. ซึ่งค่อนข้างมีเสียงดังในสังคม และออกมารณรงค์ต่อต้านการโค่นล้มอำมาตย์ของกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่

แม้บทสรุปจากการอภิปรายหาทางออกที่จะมีการอภิปรายในวุฒิสภาวันจันทร์นี้ จะแก้ปัญหาโดยตรงไม่ได้

แต่อย่างน้อยมาตรฐาน สว. และแนวทางพูดคุยที่สร้างสรรค์น่าจะเป็นช่องทางผ่อนคลายสถานการณ์ได้บ้าง และเป็นการโดดเดี่ยวพรรคเพื่อไทยที่ยังทะเลาะชิงอำนาจกันเองว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก