
พีทีทีตัดทิ้งหมื่นรายขอเยียวยาเกินจริง
“พีทีทีจีซี” มึน ยอดขอเยียวยาน้ำมันรั่วที่เกาะเสม็ดกว่า 1.6 หมื่นราย แต่เดือดร้อนจริงแค่ 40%
“พีทีทีจีซี” มึน ยอดขอเยียวยาน้ำมันรั่วที่เกาะเสม็ดกว่า 1.6 หมื่นราย แต่เดือดร้อนจริงแค่ 40%
นายบวร วงศ์สินอุดม ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (พีทีทีจีซี) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ยื่นขอรับความช่วยเหลือจากผลกระทบเหตุการณ์น้ำมันรั่วที่อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จ.ระยอง กว่า 1.6 หมื่นคน โดยการตรวจสอบเอกสารหลักฐานเบื้องต้น คาดว่าจะมีผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจริงไม่เกิน 40% และล่าช้าไปบ้างเนื่องจากต้องใช้เวลาในการพิสูจน์หลักฐานยืนยัน หลังพบว่ามีบางคนที่ไม่ได้รับ ผลกระทบจริง แต่มาขอเงินชดเชย
“ผู้ที่มายื่นขอชดเชย 1.6 หมื่นคน อาจต้องตัดรายชื่อทิ้งถึง 1 หมื่นคน เพราะไม่ใช่ผู้ที่เดือดร้อนจริง” นายบวร กล่าว
ปัจจุบัน พีทีทีจีซีได้จ่ายเงินช่วยเหลือให้ผู้เดือดร้อนแล้ว 5,000 ราย คิดเป็นเงิน 400-500 ล้านบาท ขณะที่ยังมีบางกลุ่มที่ได้รับความช่วยเหลือไปแล้ว ต้องการขอเงินเพิ่ม ซึ่งต้องยื่นอุทธรณ์มาเป็นรายกรณีไป ทั้งนี้บริษัทต้องการเยียวยาผู้ที่เดือดร้อนโดยตรง โดยเฉพาะชาวประมง แต่มีผู้มายื่นบางรายมีอาชีพที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง เช่น ร้านจำหน่ายมือถือบนเกาะ หรือบางคนอ้างว่าเป็นชาวประมง แต่ตรวจสอบแล้วมีเพียงเรือไฟเบอร์ให้เช่า
สำหรับความคืบหน้าของผลสอบของคณะกรรมการด้านเทคนิคเกี่ยวกับสาเหตุการรั่วของท่อน้ำมันที่มีสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ เป็นคณะกรรมการนั้น ขณะนี้เหลือการตรวจสอบชิ้นส่วนท่อน้ำมัน ซึ่งเดิมต้องส่งไปตรวจในต่างประเทศ แต่ติดขั้นตอนการจัดส่งไปต่างประเทศ จึงต้องหาสถาบันที่รับตรวจสอบในประเทศแทน และหลังจากได้ผลสอบสวนแล้วจะนำมาพิจารณาควบคู่กับผลสอบของด้านวิชาการที่จัดทำไว้ก่อนหน้านี้ และจะมีการเปิดเผยในโอกาสต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำแผนฟื้นฟู 5 ด้าน ได้แก่ 1.การตรวจสอบการกระจายของน้ำมัน ทั้งบนบก ผิวน้ำ และในทะเล 2.การติดตามผลกระทบต่อปะการัง ตลอดจนน้ำมันที่ตกค้างตามแนวชายฝั่งและ ตะกอนทะเล รวมถึงประเมินผลกระทบทางประมงและธุรกิจอื่น และด้านสุขภาพ 3.การชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และติดตามฟื้นฟูธรรมชาติ 4.ทบทวน แผนฉุกเฉินและการประสานงานระหว่างชุมชน และ 5.การทบทวนแนวทางการประสานงานเมื่อเกิดเหตุ คาดว่าจะใช้เวลาทำแผนประมาณ 1 ปี







