
ผู้ตรวจฯเสนอขับชนท้ายไม่รับผิดปรับหนัก2เท่า
ผู้ตรวจฯ ผุดไอเดีย ขับรถชนท้ายไม่ยอมรับผิดให้ปรับหนัก2เท่า แจงมาตรการปรับนาทีละ100 ไม่เกิน1 พันบาทเป็นเพียงข้อเสนอ แนะเพิ่มเก็บภาษีรถคลาสสิค 500%
ผู้ตรวจฯ ผุดไอเดีย ขับรถชนท้ายไม่ยอมรับผิดให้ปรับหนัก2เท่า แจงมาตรการปรับนาทีละ100 ไม่เกิน1 พันบาทเป็นเพียงข้อเสนอ แนะเพิ่มเก็บภาษีรถคลาสสิค 500%
นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า การเสนอมาตรการแก้ปัญหาจราจรติดขัด ด้วยการปรับเงินผู้ขับขี่รถยนต์แล้วไปเสียหรือชนกลางถนน ให้ปรับนาทีละ 100บาท เป็นเพียงข้อเสนอแนะจากที่ได้ร่วมหารือกับตำรวจจราจร และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อให้สังคมเกิดความตื่นตัวดูแลรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน และรักษากฎระเบียบข้อบังคับตาม พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา56
ทั้งนี้การเริ่มนับเวลาของค่าปรับจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ตรวจสอบเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด หรือ ซีซีทีวี ซึ่งกระบวนการนี้สามารถขจัดปัญหาติดสินบนตำรวจ ลดการโต้เถียงไม่สิ้นสุดได้ โดยอาจจะผ่อนผันเริ่มนับเวลาหลังจากผ่านไป5นาทีจากช่วงเวลาเกิดเหตุ แต่ค่าปรับทั้งหมดไม่เกิน1,000บาท
นายศรีราชา กล่าสอีกว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยังเสนอให้กรณีที่มีผู้ขับรถยนต์แล้วไปชนท้ายรถคันอื่น ซึ่งผู้ที่ชนท้ายหากยังโต้เถียงไม่ยอมรับผิด ทำให้การจราจรติดขัดกระทบต่อผู้อื่น จะต้องเสียค่าปรับเป็น2เท่า จ่ายเงินแทนรถยนต์ที่ถูกชน ส่วนกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนแล้วผู้ขับขี่เสียชีวิต ให้ถือว่าคดียุติไม่ครอบคลุมถึงครอบครัว
"เมื่อเปรียบเทียบค่าปรับของผู้ทำให้รถติด ถือว่าน้อยมากหากเทียบกับความเดือดร้อนต่อผู้อื่น เพราะต้องเสียค่าน้ำมันโดยไม่สามารถขับเคลื่อนรถได้ ส่วนตัวคิดว่าหากเกิดอุบัติเหตุควรใช้ถ่ายภาพจากกล้องโทรศัพท์มือถือ หรือใช้สีสเปรส์ พ่นกำหนดจุดเอาไว้แล้วเคลื่อนย้ายรถออกจากถนน ทั้งนี้ช่วงเวลาการปรับเงินครอบคลุมแค่ช่วงเวลาเร่งด่วน ไม่นับรวมในช่วงเวลาตั้งแต่01.00น.เป็นต้นไป เนื่องจากมีรถวิ่งน้อย ซึ่งการเสนอแนวคิดนี้เพื่อต้องการให้ผู้คนเคารพกฎจราจร ดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดี อีกทั้งต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ข้องออกแบบระบบช่วยเหลือประชาชนด้วยอีกทาง"นายศรีราชา กล่าว
อย่าไรก็ตาม คาดว่ามาตรการห้ามรถยนต์ 7-10ปีวิ่งในกรุงเทพมหานคร เป็นไปได้ยาก จึงเสนอให้ขยายออกเป็น 14-15ปี ที่ไม่ควรอนุญาตให้วิ่ง ส่วนพวกรถเก่าคลาสสิค ให้เก็บภาษีเพิ่ม 500%







