
โอ้...หัวลำโพง
ทุกๆ ครั้งที่ผมเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด มักจะเลือกใช้บริการรถไฟเป็นอันดับ 1 เพราะค่อนข้างเชื่อในความปลอดภัย
ทุกๆ ครั้งที่ผมเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด มักจะเลือกใช้บริการรถไฟเป็นอันดับ 1 เพราะค่อนข้างเชื่อในความปลอดภัยหากเทียบกับการเดินทางโดยรถยนต์
สถานีรถไฟกรุงเทพฯ หรือหัวลำโพง คือสถานีต้นทาง จะไปก็ต้องขึ้นที่สถานีนี้ทุกครั้ง
ที่ต้องพูดถึงหัวลำโพง เพราะเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ผมได้ไปจองตั๋วให้ครอบครัวเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด หลังโรงเรียนปิดเทอม
สิ่งที่เห็นและอยากเล่าโดย “มโนสุจริต” คือ หัวลำโพง แม้จะปรับปรุงบูรณะในเรื่องของอาคารและภายในอาคารมีการทาสีใหม่ ซึ่งก็หลายปีมาแล้ว จนทำให้สถานีแห่งนี้ภายนอกดูมีชีวิตชีวา
แต่ก็ยังมีเรื่องราวที่ต้องให้พูดถึงหลายเรื่อง เช่น เรื่องความสะอาด บริการ ตลอดจนสิ่งใหม่ๆ ที่อยากจะเห็น ไหนๆ เห็นท่านรัฐมนตรีคมนาคม “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ทำงานกระวีกระวาดดี ก็อยากให้ล่วงรู้บ้าง
ณ วันที่ผมไปจองตั๋ว (3 ต.ค.) ผมเห็นว่า “หัวลำโพงไม่ค่อยสะอาด” เฉพาะบริเวณด้านข้างตรงทางลงไปรถไฟฟ้า (รฟม.) สถานีหัวลำโพง ซึ่งเป็นช่องที่สามารถเดินผ่านไปด้านหน้าสถานีได้
สกปรกครับ ทั้งก้นบุหรี่ เหม็นฉี่ก็เหม็น ขณะเดียวกันบริเวณนั้นก็มีคนนอนอยู่ด้วย เข้าใจว่าน่าจะเป็นคนเร่ร่อน...ดูจากการแต่งตัว เสื้อผ้ามอมแมมเหลือ
ย้ำว่าเฉพาะบริเวณที่ติดทางลงรถไฟฟ้าใต้ดินนะครับ เพราะบริเวณอื่นไม่ได้เดินไป ซึ่งผมเห็นแล้วอยากให้ผู้ที่รับผิดชอบตรงนี้ไปช่วยดูแลให้มันสะอาดสะอ้าน เป็นที่เจริญตา เจริญจมูกหน่อย
ลองใช้หลัก “5 ส” สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ และสร้างนิสัย น่าจะช่วยได้เยอะ ถ้าไม่ทำหัวลำโพงก็คงจะเป็นอย่างนี้
สิ่งหนึ่งที่อยากเห็นมาก คือ เจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ที่ช่องขายตั๋ว ผมว่ายิ้มหน่อยก็ดี พูดหน่อยก็ได้ ไม่ต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวมากหรอกครับ
หน้าตาถึงจะไม่หล่อสวยเหมือนดารา ก็ขอบริการแบบมีชีวิตชีวาเข้าไว้ ไม่ใช่มีหน้าที่ขายตั๋วก็ขายอย่างเดียว รับตังค์ ทอนตังค์ ให้ตั๋ว...ผมว่ามันไม่ใช่
บริการแบบชนิดที่ว่าให้คนเอ่ยปากพูดถึงในทางดีๆ ไปเลย เช่น พนักงานคนนั้นพูดดีมาก บริการก็ดี แนะนำอย่างโน้น แนะนำอย่างนี้ ผมว่าในกรณีที่คนซื้อตั๋วบางตาเราพูดหน่อยก็ดี ทักทายผู้มาใช้บริการบ้าง
แต่บริการหนึ่งที่ค่อนข้างโอเค คือ สายด่วน 1690 การรถไฟแห่งประเทศไทย จะสอบถามอะไรที่เกี่ยวกับรถไฟได้หมด เช่น ถามที่นั่ง วันเดินทาง ขบวนรถ ตอบสนองความพอใจได้ดี
หากนึกย้อนอดีตถึงปัจจุบันเท่าที่ผมใช้บริการรถไฟ มองว่าส่วนใหญ่ยังเหมือนเดิมและในเรื่องเดิมๆ ไม่นับเรื่องตรงเวลา ซึ่งไม่ค่อยตรงอยู่แล้ว
อยากจะบอกว่าใช้บริการรถไฟครั้งแรกในชีวิตเมื่อปี 2528 เดินทางจาก อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ แล้วมาลงสถานีพระนครศรีอยุธยา จากนั้นนั่งรถยนต์ไปอ่างทอง (ตอนนั้นอยู่อ่างทอง)
เป็นขบวนรถเร็ว สภาพหน้าตารถไฟจากวันนั้นถึงวันนี้ไม่ได้แตกต่างกันเลย ทั้งที่นั่ง ห้องน้ำ พื้นรถไฟ หน้าต่าง ขอบหน้าต่างไม่สะอาด เวลาจะขึ้นรถนั่งตามที่นั่งต้องเตรียมผ้าเช็ด หรือทิชชูด้วยทุกครั้ง
แถมกลิ่นบุหรี่ ผู้โดยสารบางคนกินเหล้า สร้างความรำคาญให้กับผู้โดยสารคนอื่นๆ และถ้าผู้โดยสารคนนั้นมีเด็กๆ มีลูกๆ นั่งไปด้วยต้องบอกว่าสุดจะทน
สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุด คือ ไม่อยากเห็นการกินเหล้า การสูบบุหรี่บนรถไฟ ผมเห็นว่าในเมื่อบนรถเมล์ห้ามสูบบุหรี่ กินเหล้า รถไฟก็ควรจะมีกฎหมายห้ามคนสูบบุหรี่เช่นกัน เพราะผมมีประสบการณ์ทั้งที่เห็นกับตาและเกิดกับตัวมาแล้ว
นานหลายปีแล้วผู้โดยสารคนหนึ่งเมาเหล้าบนรถไฟ เดินไปเข้าห้องน้ำแล้วเกิดไปล้มทับเด็ก แต่เผอิญโชคดีที่พ่อเด็กบังไว้ทัน ไม่อย่างนั้นเด็กอาจเป็นอะไรไปก็ได้
อีกครั้งหนึ่งเกิดขึ้นกับผมโดยตรง ประมาณ 3 ปีมาแล้ว ผู้โดยสารคนหนึ่งเมาเหล้า โดยกินกับเมียบนรถไฟ ซื้อขึ้นมา ผัวก็เมา เมียก็เมา แต่ผัวเมาหนักกว่า แถมมีลูกนั่งมาด้วย เมียยังพูดฟังรู้เรื่อง คือมีสติมากกว่าผัว
ผมกับลูกก็นั่งใกล้ๆ กับขี้เมาคนนั้น จู่ๆ ไม่รู้ว่าขี้เมาคนนั้นเกิดบ้าอะไรขึ้นมา ดันออกปากเรียกลูกของผมว่าเป็นลูกเขา แถมยังออกอาการจะยื้อเอาลูกผมไปให้ได้
พอดีเจ้าหน้าที่มาประจวบเข้า ผมเลยบอกให้เจ้าหน้าที่ช่วยพาขี้เมาคนนั้นไปนั่งโบกี้อื่น ผมยื่นคำขาด เพราะรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยในท่าทีของขี้เมาคนนั้น
วันนั้นถือว่าโชคดีมาก ไม่อย่างนั้นอาจเกิดเรื่องราวบานปลายได้
และนี่คือสิ่งที่ผมหวังอยู่ทุกวันว่า สักวันหนึ่งบนรถไฟไทย ไม่ว่าชั้นไหนๆ โดยเฉพาะชั้น 3 พัดลม จะปราศจากเหล้า บุหรี่ถาวร ไม่มีคนเมา ไม่มีคนสูบบุหรี่
หัวลำโพงเริ่มก่อสร้างในปลายสมัยรัชกาลที่ 5 คือ ในปี 2453 มาแล้วเสร็จและเปิดใช้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2459
โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงกระทำพิธีกดปุ่มสัญญาณไฟฟ้าให้รถไฟขบวนแรกเดินเข้าสู่สถานีกรุงเทพฯ
จากวันนั้นถึงวันนี้ รถไฟไทยกี่ปีแล้ว ผมว่าเรื่องสุขภาพของคนไทยเป็นสิ่งสำคัญครับ







