
สุรินทร์ซัดทุจริตทำชาติพัง เงินลงทุนหาย1.8แสนล้าน
“สุรินทร์” ชี้คอร์รัปชั่นทำประเทศเสียโอกาส ย้ำถึงเวลาต้องบังคับใช้กฎหมายจริงจัง
“สุรินทร์” ชี้คอร์รัปชั่นทำประเทศเสียโอกาส ย้ำถึงเวลาต้องบังคับใช้กฎหมายจริงจัง
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย แถลงถึงผลการศึกษาของสถาบันว่า มีเงินลงทุนจากต่างประเทศปีละ 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐที่ไม่เข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นมาก ส่งผลให้ขาดโอกาสการพัฒนาประเทศ
นายสุรินทร์ กล่าวว่า เงินจำนวนนี้สามารถนำไปสร้างมหาวิทยาลัยราชภัฏ 400 แห่ง โรงพยาบาล 59 แห่ง รถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบาได้อีก 4 สาย รถไฟฟ้าบีทีเอสอีก 67 สถานี รัฐสภาแห่งใหม่ได้อีก 10 แห่ง สถานีตำรวจได้อีก 5,800 แห่ง และโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ได้ 1,700 แห่ง
ทั้งนี้ การคอร์รัปชั่นทำให้เกิดปัญหาหลุมดำในประเทศไทย คือ 1.นักลงทุนไม่เข้ามาลงทุน และหันไปลงทุนในประเทศเล็กๆ เพราะเป็นหลุมสว่างมากกว่า ไม่มีทุนคอร์รัปชั่น 30-40% 2.หลุมดำนี้จะทำให้โครงการต่างๆ ของอาเซียนต้องชะงักลง เพราะไทยเป็นจุดศูนย์กลางหนึ่งของภูมิภาค 3.สมรรถนะการผลิตของไทยจะลดลง
“การเติบโตทางเศรษฐกิจยังลดลงกว่า 30% หรือคิดเป็นมูลค่า 1.8 แสนล้านบาท ทำให้ประเทศไทยที่เคยมีระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของกลุ่มภูมิภาค ตกลงมาอยู่ในอันดับ 4 สัดส่วนเงินลงทุนจากต่างประเทศลดลง เพราะนักลงทุนเป็นห่วงปัญหาคอร์รัปชั่นซึ่งมีมากที่สุดในอาเซียน” นายสุรินทร์ กล่าว
นายสุรินทร์ กล่าวอีกว่า องค์กรต่างๆ สำรวจพบว่า พรรคการเมืองเป็นต้นตอการคอร์รัปชั่นมากที่สุด ที่สำคัญจากการศึกษาขององค์กรนานาชาติพบว่า 1 ใน 6 ของคนไทย ยอมรับจ่ายสินบนหรือทุจริตคอร์รัปชั่นด้วย
นายสุรินทร์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องตื่นตัวร่วมกันแก้วิกฤต บังคับใช้กฎหมายคอร์รัปชั่นตรงไปตรงมา ไม่ทำแบบลูบหน้าปะจมูก มีการลงโทษจริงจัง เปลี่ยนทัศนคติของเยาวชนที่มีต่อการคอร์รัปชั่น
อีกด้านเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยังชุมนุมปักหลักที่สี่แยกอุรุพงษ์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยนายอุทัย ยอดมณี แกนนำกลุ่มออกแถลงการณ์ ระบุจุดยืนของการชุมนุม พร้อมย้ำว่า การบริหารงานรัฐบาลทำให้เกิดปัญหา และการชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองใด และไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ







