posttoday
กทม.ปลอดภัย ชั้นในรอด ชั้นนอกชุ่ม

กทม.ปลอดภัย ชั้นในรอด ชั้นนอกชุ่ม

13 ตุลาคม 2556

สถานการณ์น้ำท่วมช่วงปลายฝนต้นหนาวที่เหลืออีกไม่กี่สัปดาห์ ยังต้องติดตามสำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)

โดย...ทีมข่าวในประเทศ

สถานการณ์น้ำท่วมช่วงปลายฝนต้นหนาวที่เหลืออีกไม่กี่สัปดาห์ ยังต้องติดตามสำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)

แม้ปีนี้ปัญหาน้ำท่วมจะไม่รุนแรงเหมือนปี 2554 แต่ก็อยู่ในระดับน้องๆ หวยมาลงที่ภาคตะวันออกและภาคกลาง หลายจังหวัดในลุ่มเจ้าพระยา เจอวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ ที่จมบาดาลรุนแรงมี 3 จังหวัด จ.สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ท่วมปานกลาง 15 จังหวัด ส่วนใหญ่ภาคอีสานและภาคกลาง

ตัวเลขจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปภาพรวมล่าสุดมีประชาชนได้รับผลกระทบ 3 ล้านคน จาก 42 จังหวัดที่ท่วม มีผู้เสียชีวิต 39 คน

สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ดูเหมือนจะทรงตัว แต่ยังมีปัจจัย ความเสี่ยงที่คนกรุงต้องลุ้นระทึกอยู่ นั่นคือ พายุล็อตสุดท้ายที่มีแนวโน้มมาบรรจบกันพอดีกับน้ำทะเลหนุนในวันที่ 19-25 ต.ค. สูงสุดในรอบเดือน ทำให้บ้านเรือนแถวริมน้ำเจ้าพระยาต้องระวังภัยกันยกใหญ่

พื้นที่เสี่ยงของ กทม. อยู่ที่ฝั่งตะวันออก นอกแนวคันกั้นน้ำที่ กทม.สร้างขึ้น ได้แก่ มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง คลองสามวา ซึ่งถือเป็น เขตท่วมซ้ำซาก

รวมถึงคนริมคลองลำน้ำเจ้าพระยาทางตอนเหนือ กทม. จ.นนทบุรี ปทุมธานี ซึ่งท่วมไปแล้วบางส่วน เช่น อ.บางบัวทอง น้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนกว่า 700 หลัง ขณะที่โรงพยาบาลบางบัวทอง มีระดับน้ำสูง 30 ซม. เช่นเดียวกับ ต.เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ท่วมแล้วกว่าหมื่นหลังคาเรือน

นอกจากนี้ ยังมี 25 ชุมชน รวม 850 ครัวเรือน ริมคลองมหาสวัสดิ์บางกอกน้อย ซึ่งอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจม บางแห่งท่วมแล้วสูง 1 เมตร

ชาวนนทบุรี ปทุมธานี กทม. จึงต้องลุ้นในวันที่น้ำทะเลจะหนุนสูงสัปดาห์หน้า!!!

อดิศักดิ์ ขันตี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. ฟันธงว่า เวลาที่เหลือจากนี้จนเริ่มฤดูหนาว กทม.จะไม่ท่วมแน่นอน

“เราได้ทำงานประสานกับกรมชลประทานอยู่ตลอดเวลาว่ามีปริมาณน้ำเท่าไหร่ในแต่ละที่ ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้รับมือได้ ไม่มีปัญหา โดยระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในระดับที่ไม่เกิน 3,500 ลบ.ม.ต่อวินาที วัดได้จากเขื่อนชัยนาทที่ส่งมา 1,700 ลบ.ม.ต่อวินาที จากเขื่อนพระราม 6 คลองรพีภัทร วัดได้ 736 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้มีน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้”

สำหรับฝั่งตะวันออกของพื้นที่ กทม.ที่น้ำมาจาก จ.ปราจีนบุรี สระแก้ว ต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ล่าสุดระดับน้ำลดลงแล้ว จึงไม่น่ากังวล ทางกรมชลประทานได้เร่งสูบน้ำออกไปทางแม่น้ำบางปะกง ในส่วนของ กทม.เองก็ช่วยผันน้ำบางส่วนเข้ามาตามคลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อช่วยพื้นที่เขตหนองจอก มีนบุรี คลองสามวา ลาดกระบัง

“หากมีน้ำผ่านเข้ามามากจะต้องผันน้ำเข้ามาใน กทม.ชั้นในตามคลองแสนแสบ คลอง 13 คลองพระยาสุเรนทร์ ระบายออกไปทางคลองแสนแสบ ออกไปอุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 ไปต่อที่คลองพระโขนงเพื่อปล่อยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ปริมาณน้ำแค่ 115 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งการบริหารจัดการไม่น่าจะทำให้ กทม.ชั้นในต้องเกิดน้ำท่วม นอกจากนั้นพื้นที่ด้านอื่นของ กทม.จากการลงตรวจพื้นที่ทุกวันไม่มีอะไรที่น่ากังวล”

สุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่า น้ำจะท่วม กทม.หรือไม่ ให้ดูจาก 4 น้ำ คือ น้ำเหนือ น้ำท่า น้ำฝน และน้ำทะเลหนุน หากมาครบองค์ประชุม จะส่งผลให้พื้นที่ กทม.ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน แม้ว่า กทม.จะมีคันกั้นน้ำสูงถึง 2.8 เมตรก็ตาม

“ขณะนี้ต้องบอกว่า กทม.ปลอดภัย เหตุจาก 3 น้ำสำคัญ คือ น้ำเหนือ น้ำท่า น้อย และน้ำฝน กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีโอกาสที่พายุเข้ามาน้อยแล้ว ส่วนน้ำทะเลหนุน หากไม่มี 3 น้ำมาก็จะไม่มีผลกระทบอะไร กทม.ปีนี้ยืนยันได้ว่า ปลอดภัย ไม่มีน้ำท่วมอย่างแน่นอน”

“ปริมาณน้ำที่ระบายจากเขื่อนป่าสักฯ แม้จะระบายออกเท่ากับน้ำที่ไหลเข้ามาเติม แต่เมื่อมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.บางไทร ซึ่งเป็นจุดเฝ้าระวังสำคัญสำหรับ กทม. ณ วันที่ 10 ต.ค. ก็ยังอยู่ที่ 2,219 ลบ.ม.ต่อวินาทีเท่านั้น ซึ่งระดับที่จะส่งผลกระทบต่อ กทม. คือ 3,500 ลบ.ม.ขึ้นไป ซึ่งในปี 2554 น้ำที่ผ่าน อ.บางไทร สูงถึง 4,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ฉะนั้นจากตัวเลขของแต่ละสถานีวัดน้ำต่างๆ ของกรมชลฯ แสดงให้เห็นว่า น้ำเหนือ น้ำท่า และน้ำทุ่ง ณ ปัจจุบัน ถือว่าจะไม่มีโอกาสที่ กทม.จะเกิดน้ำท่วมได้อย่างแน่นอน”

อย่างไรก็ดี เมื่อดูจากปัจจัยที่อาจทำให้น้ำท่วม กทม. ที่ต้องจับตามอง คือ ในช่วงใกล้นี้จะมีพายุลูกใหญ่ คือ ไพลิน นารี วิภา

แต่กรมอุตุนิยมวิทยา ประวิทย์ แจ่มปัญญา ผู้อำนวยการสำนักพยากรณ์อากาศ ยืนยันว่า ไม่น่ากระทบ

“พายุลูกแรก ไพลิน พายุไซโคลน ความเร็วมากกว่า 100 กม. อยู่บริเวณทะเลอันดามัน ลูกสอง นารี พายุโซนร้อน ความเร็ว 70 กม. กำลังเข้ามาทางเวียดนาม และลูกที่สาม วิภา พายุโซนร้อน ความเร็ว 65 กม.ต่อชั่วโมง อยู่บริเวณทางทะเลตะวันออกของฟิลิปปินส์ แต่เชื่อว่าทั้งสามลูกไม่มีผลกระทบต่อไทย เพราะไม่ได้พัดเข้ามาในประเทศ”

ล่าสุดกรมอุตุฯ ออกประกาศเมื่อวันที่ 12 ต.ค. ให้เบาใจได้ว่าพายุนารีไม่กระทบไทยมาก โดยขณะนี้มีความเร็วประมาณ 20 กม.ต่อชั่วโมง จะขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลาง ในช่วงวันที่ 1516 ต.ค. จากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชันตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้านตะวันออกมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางกับมีลมแรงได้

เช่นเดียวกับนักวิชาการที่ประเมินว่า กทม.ไม่ท่วมแน่ ชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายทรัพยากรแหล่งน้ำ บริษัท ทีมกรุ๊ป บอกว่า น้ำเหนือยังคงมีอยู่บ้างในพื้นที่ อ.บางปะอิน บางบาล และเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา แต่จะไม่ส่งผลกระทบกับ กทม. และการท่วมขังลักษณะนี้เกิดเป็นประจำทุกปี และจากการตรวจสอบปริมาณน้ำฝนพบว่าในปีนี้น่าจะหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม อาจกระทบกับพื้นที่นอกคันกั้นน้ำด้านตะวันออกของ กทม.

ขณะที่ สุจริต คูณธนกุลวงศ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า พื้นที่ กทม.จะได้รับผลกระทบบ้างเฉพาะในฝั่งตะวันออก เพราะจำเป็นต้องช่วยภาคตะวันออก เนื่องจากช่องทางระบายน้ำลงทะเลอื่นๆ โดยเฉพาะแม่น้ำบางปะกงคดเคี้ยว และมีน้ำทะเลหนุนสูงจนเต็มทั้งหมด ทำให้น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว