posttoday
DSIทำความเห็นแย้งหลังอัยการไม่สั่งฟ้องพีซีซี

DSIทำความเห็นแย้งหลังอัยการไม่สั่งฟ้องพีซีซี

11 ตุลาคม 2556

DSI มึนกรณีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ สั่งไม่ฟ้องกรณีสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง สั่งทำความเห็นแย้งทันที

DSI มึนกรณีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ สั่งไม่ฟ้องกรณีสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง สั่งทำความเห็นแย้งทันที

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีอัยการฝ่ายคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้องคดีฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่งว่า ได้มอบหมายให้กลุ่มงานความเห็นแย้ง ดีเอสไอ พิจารณากรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน เบื้องต้นมีแนวโน้มว่าตนในฐานะอธิบดีดีเอสไอจะทำความเห็นแย้งว่าเห็นควรสั่งฟ้องบริษัทพีซีซีฯ ส่งไปยังอัยการสูงสุดตามขั้นตอนของกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม กรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อสำนวนที่ดีเอสไอได้ส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้ไต่สวนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในกรณีโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนเช่นกัน เพราะเป็นคนละส่วนกัน อีกทั้ง ป.ป.ช.ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว

พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ(ระดับ9) ดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่ง มูลค่า 5,848 ล้านบาท กล่าวว่า ข่าวอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน และคดีฉ้อโกงผู้รับเหมาช่วงเป็นเรื่องจริง ทราบว่าขณะนี้อธิบดีดีเอสไอได้มอบให้กลุ่มความเห็นแย้งศึกษาคำสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวเพื่อพิจารณาว่าจะทำความเห็นแย้งสั่งฟ้องคดีอีกครั้งหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาจากการสอบสวนดีเอสไอยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะสั่งฟ้องได้

มีรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีที่ดีเอสไอส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.ไต่สวนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  อดีตนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ สืบเนื่องจากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงข่าวเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2556 ว่า โครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่งมูลค่า 5,848 ล้านบาท ของ สตช. จากการตรวจสอบดีเอสไอไม่พบข้อเท็จจริงว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลขณะนั้น และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ กำกับดูแล สตช.ขณะนั้น ได้มีการสั่งการให้แก้ไขการรวมประมูลโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนไว้ที่ส่วนกลางสัญญาเดียวแต่ประการใด กลับได้อนุมัติให้ สตช.ดำเนินการจัดจ้างแบบรวมการก่อสร้างในแบบสัญญาเดียว ดีเอสไอจึงส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.พิจารณาตั้งอนุกรรมการไต่สวน ว่าเข้าข่าย ตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา หรือไม่

ส่วนกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ที่ดีเอสไอระบุว่าได้อนุมัติให้ สตช.จัดหารวมกันในครั้งเดียว ดีเอสไอส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.พิจารณาตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงว่า จะเข้าข่ายเป็นการกำหนดเงื่อนไขโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 13 ประกอบ มาตรา 11 และมาตรา 12  หรือไม่

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ