
ปูพรมถล่มชายแดนใต้37จุด
หน่วยข่าวจับตา2ประเด็นก่อเหตุแก้แค้นเปเล่ดำบีบตอบรับ5ข้อเสนอ
หน่วยข่าวจับตา2ประเด็นก่อเหตุแก้แค้นเปเล่ดำบีบตอบรับ5ข้อเสนอ
ปูพรมถล่ม 4 จังหวัดชายแดนใต้คืนเดียว 37 จุด ตอบโต้วิสามัญเปเล่ดำบีบรับข้อเสนอบีอาร์เอ็น
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มั่นใจว่า เหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้กว่า 30 จุด เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 9 ต.ค.นั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้นจากกลุ่มที่ร่วมในกระบวนการพูดคุยสันติภาพ แต่เป็นฝีมือของกลุ่มที่เห็นต่าง เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เห็นว่ายังมีศักยภาพก่อเหตุ เนื่องจากวันที่ 10 ต.ค. เป็นวันก่อตั้งกลุ่มบีอาร์เอ็น วันที่ 11 ต.ค. เป็นวันก่อตั้งกลุ่มพูโล และวันที่ 13 ต.ค. เป็นวันก่อตั้งเบอร์ซาตู
“การแสดงสัญลักษณ์ของกลุ่มนี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าองค์กรของเขายังอยู่ อาศัยวันสำคัญของเขาแสดงศักยภาพ ฝ่ายความมั่นคงแน่ใจว่ากลุ่มเหล่านี้เป็นกลุ่มที่เห็นต่างจากกลุ่มที่อยู่ระหว่างการพูดคุยกับเรา เพราะกลุ่มที่พูดคุยกันอยู่นั้นไม่ประสงค์ที่จะให้เกิดความรุนแรง ในการพูดคุยกันต่อไปก็จะมีการหยิบยกประเด็นเหล่านี้มาพูดคุยด้วย” เลขาฯ สมช.กล่าว
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับเห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นการชิงการนำของกลุ่มต่างๆ เพื่อต่อรองในกระบวนการการพูดคุยสันติภาพ ฉะนั้นการพูดคุยระหว่าง สมช.กับบีอาร์เอ็น รัฐบาลต้องกำหนดกติกาให้ชัด เพื่อพูดคุยบนบรรยากาศของความสงบ ไม่ใช่ความรุนแรงและการต่อรอง
ด้านแหล่งข่าวเปิดเผยว่า การก่อเหตุครั้งนี้มี 2 ประเด็นที่น่าสนใจคือ ตอบโต้กรณีเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมนายอับดุลรอฮิง ดาอีซอ หรือเปเล่ดำ แกนนำอาร์เคเคเสียชีวิตพร้อมพวกรวม 4 คน ในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา และการที่ฝ่ายไทยยังไม่ตอบรับข้อเสนอ 5 ข้อของบีอาร์เอ็น
“พล.ท.ภราดร บอกว่าจะนัดพูดคุยครั้งต่อไปวันที่ 20 ต.ค.นั้น เป็นการพูดกับสื่อ แต่ยังไม่มีการแจ้งให้มาเลเซียในฐานะผู้ประสานงานทราบอย่างเป็นทางการ การพูดคุยครั้งต่อไปจึงยังชะงักอยู่” แหล่งข่าวเปิดเผย
ด้าน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ยังไม่ให้น้ำหนักว่าเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้เป็นการตอบโต้เจ้าหน้าที่ซึ่งวิสามัญฆาตกรรมเปเล่ดำ
ทั้งนี้ เมื่อช่วงเวลา 02.0005.00 น. วันที่ 9 ต.ค. คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณตู้เอทีเอ็มในพื้นที่ จ.ยะลา 3 อำเภอ รวม 11 จุด จ.ปัตตานี 7 อำเภอ ระเบิดตู้เอทีเอ็ม 13 จุด เผากล้องวงจรปิด 2 จุด และเผายางรถยนต์ 2 จุด โจมตีฐานปฏิบัติการทหารพรานในโรงเรียน อ.สายบุรี 1 จุด มีครูเสียชีวิต 1 คน ประชาชนบาดเจ็บ 5 คน จ.นราธิวาส วางระเบิดตู้เอทีเอ็มใน อ.เมือง รวม 5 จุด ขณะที่ จ.สงขลา เผาตู้เอทีเอ็มในพื้นที่ 3 อำเภอ รวม 3 จุด รวมเกิดเหตุทั้งหมด 37 จุด







