
ยูสคาร์ชูมือหนุนห้ามรถ10ปีวิ่งถนนกรุง
ผู้ค้ารถมือสองเชื่อข้อเสนอห้ามรถเก่าวิ่งในกรุงกระทบผู้ประกอบการแค่ระยะสั้น แต่คนซวยคือประชาชน ระบุเห็นด้วยเพราะรถเก่าเสี่ยงพังกลางทาง
ผู้ค้ารถมือสองเชื่อข้อเสนอห้ามรถเก่าวิ่งในกรุงกระทบผู้ประกอบการแค่ระยะสั้น แต่คนซวยคือประชาชน ระบุเห็นด้วยเพราะรถเก่าเสี่ยงพังกลางทาง
นายสมชาย ตระกูภิรมย์ ผู้จัดการทั่วไปบริษัท มาสเตอร์ เซอทิฟาย ยูสคาร์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองแบบครบวงจร เปิดเผยถึงกรณีที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล จะบังคับไม่ให้รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 10 ปี สัญจรบนท้องถนนกรุงเทพฯ ว่า เชื่อว่าผู้ประกอบการรถยนต์มือสอง หรือรถยนต์เก่า คงได้รับผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น แต่คนที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ คือประชาชน ที่ต้องมาซื้อรถยนต์คันใหม่ใช้ และเชื่อว่าหากแนวทางดังกล่าวนำไปปฏิบัติจริงจะต้องมีแรงต้านจากประชาชนอย่างแน่นอน
"ส่วนตัวเห็นด้วย เพราะจะทำให้การจราจรบนท้องถนนคล่องตัวขึ้น รถยนต์เก่าก็เสี่ยงจะเกิดเหตุฉุกเฉินรถเสียกลางทางอยู่แล้ว แต่คิดว่าคงเกิดยาก เพราะประเทศไทยปล่อยอิสระเสรีมากเกินไป อีกทั้งกำลังตำรวจเชื่อว่าไม่พอจะมาจับกุมรถเก่าแน่ นอกจากนี้ นโยบายก็ไม่เหมือนเมืองนอกที่รถเก่าก็อนุญาตให้วิ่ง แต่ต้องเสียภาษีที่แพงขึ้น ต่างจากเมืองไทยที่ยิ่งเก่าก็ยิ่งจ่ายภาษีน้อยลง"
นายสมชาย กล่าวว่า หากตำรวจจะแก้ไขปัญหาจริงๆ ก็ควรจะเริ่มจากการจำกัดเวลาการวิ่งของรถเก่า อย่าเพิ่งไปประกาศบังคับห้ามทันที เช่น ชั่วโมงเร่งด่วนก็ให้ห้ามวิ่งบนท้องถนน เป็นต้น
ด้านพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. เจ้าของแนวคิดดังกล่าว กล่าวว่า รถที่มีสภาพเก่าก็สร้างปัญหาจราจร เช่น รถยนต์เสียกลางทางทำให้การจราจรติดขัด แต่ทั้งนี้ การเสนอเรื่องห้ามรถยนต์อายุ 10 ปีวิ่งบนท้องถนน ยังคงเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น ต้องเชิญผู้ประกอบการ ผู้ได้รับผลกระทบมาหารือพูดคุย ก่อนจะสรุปว่าจะมีการบังคับใช้หรือไม่ต่อไป
"ยืนยันว่าต้องการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่เพิ่มปัญหาให้ประชาชน แนวคิดดังกล่าวก็ต้องวิเคราะห์ถึงสภาพเศรษฐกิจให้สอดรับกันด้วย หากไปบังคับใช้แล้วคนไม่มีเงินซื้อรถใหม่ก็ไม่ควรแน่นอน ซึ่งก็อยู่ระหว่างรวบรวมขช้อมูลเพื่อให้แนวทางปฏิบัติออกมาเหมาะสมที่สุด"พล.ต.ต.อดุลย์กล่าว
รองผบช.น. กล่าวอีกว่า ส่วนโครงการยกรถที่จอดผิดกฎหมายออกจากผิวการจราจรแทนการล็อคล้อ จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดทันที โดยเฉพาะที่ถนนทั้ง 10 สาย คือ ถนนลาดพร้าว ถนนพระราม 4 ถนนสุขุมวิท ถนนรัชดาภิเษก ถนนพหลโยธิน ถนนสาทรเหนือ-ใต้ ถนนเพชรบุรีและถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถนนรามคำแหง ถนนราชดำเนินกลาง และถนนวิภาวดีรังสิตเชื่อมกับถนนเกษตร-นวมินทร์
ทั้งนี้ การดำเนินการยกรถจะแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะแรกตั้งแต่วันที่ 9-15 ต.ค.2556 ขั้นเตรียมการอุปกรณ์ต่างๆ รถยก และป้าย เป็นต้น ระยะที่ 2 วันที่ 15-20 ต.ค. ระยะปฏิบัติการโดยการเตือน และระยะสุดท้าย ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.เป็นต้นไป จะเป็นการดีเดย์จับจริง ผู้ที่จะมายกรถก็ใช้เอกชนซึ่งเป็นมืออาชีพใช้เวลารวดเร็ว ส่วนพื้นที่ที่จะนำรถไปจอดนั้นก็อยู่ระหว่างการพิจารณาสถานที่ ซึ่งอาจจะประสานโชว์รูมรถยนต์แห่งต่างๆ เพื่อขอฝากรถไว้ก่อน และให้ผู้ขับขี่มาเสียค่าปรับที่สน.แต่ละแห่งในท้องที่ที่กระทำผิดความผิด







