
ฝ่ายมั่นคงไม่กังวลม็อบบุกทำเนียบฯ
ฝ่ายมั่นคงยันกปท.ไม่น่ากังวลแค่ชุมนุมปิดถนนเท่านั้น ขณะที่ผบช.น.ขนกำลังอารักขาทำเนียบ 15 กองร้อยพร้อมตรวจเข้าเข้า-ออก
ฝ่ายมั่นคงยันกปท.ไม่น่ากังวลแค่ชุมนุมปิดถนนเท่านั้น ขณะที่ผบช.น.ขนกำลังอารักขาทำเนียบ 15 กองร้อยพร้อมตรวจเข้าเข้า-ออก
เมื่อวันที่ 8 ต.ค. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) แทนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจ เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่ประเทศอินโดนีเซีย
โดยก่อนเข้าประชุม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย อเนกเวียง ผบช.ส. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาคณะกรรมการกฤษฎีกา
และตัวแทนสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้เข้ารายงานสถานการณ์การชุมนุมของ กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่ปักหลักชุมนุมทำการปิดถนนพิษณุโลก ด้านข้างทำเนียบรัฐบาล จนส่งผลให้การจราจรติดขัด ต่อพล.ต.อ.ประชา พล.ต.ท.ธวัช บุญเฟือง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ช.ม.
จากนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยภายหลังเข้ารายงานว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง เป็นเพียงการชุมนุมปิดถนน จึงยังจะไม่ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ อย่างที่ปรากฏเป็นข่าว และหลังจากนี้จะมีการเจรจากับผู้ชุมนุม ซึ่งอยู่ระหว่างพิจาณาตัวแทนการเจรจาของฝ่ายรัฐ ซึ่งน่าจะเป็น พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) ส่วนที่มีการเตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเพียงการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันไว้ก่อน
ขณะที่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ต้องติดตามสถานการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิด แม้ขณะนี้ผู้ชุมนุมกลุ่ม กปท.จะมีเพียงร้อยกว่าคนก็ตาม แต่จากสถานการณ์เมื่อคืนวันที่7 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ว่ามีการส่งสัญญาณว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อ ขณะที่ พล.ต.อ.ประชา ก็ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัญจรบริเวณนี้
สำหรับการรักษาความปลอดภัยบริเวณภายในและรอบทำเนียบรัฐบาล ได้มีการระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ทั้งบก.น. 1,3,5,6,7 และ 9 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จาก จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง จำนวนทั้งหมด 15 กองร้อยเข้าควบคุมสถานการณ์ จากเดิมที่ใช้เจ้าหน้าที่ดูแลสถานการณ์เพียง 6 กองร้อย
ขณะเดียวกัน มีการเปิดทางเข้า-ออกทำเนียบรัฐบาลเพียง ให้เหลือเพียงประตูเดียว คือ บริเวณสะพานอรทัย และมีการตรวจสอบผู้เข้าออกอย่างเข้มงวด โดยบุคคลที่จะเข้าออกต้องแสดงบัตรประจำตัวทุกคน ขณะที่ ผบ.ตร.มีคำสั่งให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อม จัดเตรียมกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุม เพื่อให้การเตรียมความพร้อมไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีคำสั่งให้กองบัญชาการตำรวจภูธรที่ 1,2 และ 7 ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดปริมณฑลทั้งหมด ตั้งจุดตรวจเพื่อป้องกันการขนย้ายอาวุธและอำนวยความสะดวก







