posttoday
นโยบายลกภาษีสินค้าหรูไม่ดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทย

นโยบายลกภาษีสินค้าหรูไม่ดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทย

04 ตุลาคม 2556

เว็บไซต์ข่าวควอร์ตซ์รายงานเชิงวิเคราะห์สาเหตุการตัดสินใจยกเลิกการลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมและสินค้าฟุ่มเฟือยของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยอ้างบทสัมภาษณ์จาก ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ อาจารย์จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ระบุว่า ความต้องการสินค้าหรูของนักท่องเที่ยวมีลักษณะไม่แน่นอน ดังนั้นแม้รัฐบาลจะกระตุ้นด้วยการยกเลิกภาษีก็อาจไม่ได้ผลมากนัก เนื่องจากลูกค้าสินค้าฟุ่มเฟือยไม่ได้คำนึงเรื่องราคามากนัก

เว็บไซต์ข่าวควอร์ตซ์รายงานเชิงวิเคราะห์สาเหตุการตัดสินใจยกเลิกการลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมและสินค้าฟุ่มเฟือยของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยอ้างบทสัมภาษณ์จาก ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ อาจารย์จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ระบุว่า ความต้องการสินค้าหรูของนักท่องเที่ยวมีลักษณะไม่แน่นอน ดังนั้นแม้รัฐบาลจะกระตุ้นด้วยการยกเลิกภาษีก็อาจไม่ได้ผลมากนัก เนื่องจากลูกค้าสินค้าฟุ่มเฟือยไม่ได้คำนึงเรื่องราคามากนัก

“หากรัฐบาลยกเลิกภาษีสินค้าหรู อาจจะกระทบต่อยอดขายของสินค้าแบรนด์ไทยซึ่งจับตลาดเดียวกัน” อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

ขณะที่สำนักข่าวดังวิเคราะห์ต่อไปว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยอาจไม่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลมากนัก เนื่องจากทำผลงานได้ดีในช่วงที่ผ่านมา โดยในปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาถึง 22.4 ล้านคน ส่วนปีนี้รัฐบาลไทยตั้งเป้าที่ 26.4 ล้านคน ด้านแหล่งช็อปปิ้งของไทยก็เป็นที่สนใจของชาวต่างชาติอย่างมาก เช่น ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ซึ่งเป็นที่ 2 ในการจัดอันดับ 10 สถานที่ซึ่งมีผู้โพสต์รูปภาพมากที่สุดบนอินสตาแกรม ขณะที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิครองแชมป์ที่ 1 ด้วยจำนวนผู้ถ่ายภาพกว่า 1 แสนรูป เมื่อปีที่แล้ว

ด้านสำนักข่าวฮันคยอเรรายงานความคืบหน้ากรณีบริษัท เควอเตอร์ รับดำเนินงานโครงการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยโดยระบุว่า เป็นโครงการที่มีความไม่ชอบมาพากลและอันตรายอย่างมาก หลังจาก เควอเตอร์ ถูกเรียกร้องจากรัฐบาลไทยให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอันเกิดจากผลกระทบกับประชาชนชาวไทยในพื้นที่

สำนักข่าวเกาหลีอ้างว่า ผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวเกาหลีใต้และชาวไทยต่างเห็นพ้องกันว่า การเรียกร้องความรับผิดชอบจากบริษัทต่างชาติให้จัดการกับความวุ่นวายในการก่อสร้างรวมถึงความวุ่นวายอันอาจเกิดขึ้นในอนาคตถือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ โดยในหัวข้อ 4.3 ของสัญญาผู้ว่าจ้าง (ทีโออาร์) ระบุว่า รัฐบาลไทยในฐานะผู้ว่าจ้างจะชำระเงินเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งไม่เกินจากค่าชดใช้การเวนคืนที่ดินและค่าก่อสร้างโครงการ นอกเหนือจากนั้นบริษัทเกาหลีต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง ขณะที่หากมีงบประมาณเหลือ บริษัท เควอเตอร์ จะต้องโอนเงินทั้งหมดกลับมาให้รัฐบาลไทย

ปาร์ก ชางกึน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยควานดง แจงว่า โดยทั่วไปแล้วค่าเวนคืนที่ดินมักจะมีมูลค่ามากกว่าที่บริษัทหรือรัฐบาลประเมินไว้ในตอนแรก โดยยกตัวอย่างการเวนคืนที่ดินจากโปรเจกต์พัฒนาแม่น้ำ 4 สายหลักของเกาหลี ซึ่งมีมูลค่าเกินจากการคาดการณ์ครั้งแรกไปมาก

สื่อเกาหลีอ้างต่อไปว่า แม้บริษัท เควอเตอร์ จะพยายามติดต่อกับทางการไทยเพื่อขอแก้สัญญาไม่เป็นธรรม แต่ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) กลับส่งอีเมลตอบกลับมาว่า การเจรจาใหม่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างยิ่ง โดยยืนยันว่าเกาหลีต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว และต้องดำเนินการสำรวจพร้อมสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่เอง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก