posttoday
แม่วงก์ไม่เหมาะทำเขื่อนกระทบระบบนิเวศน์

แม่วงก์ไม่เหมาะทำเขื่อนกระทบระบบนิเวศน์

02 ตุลาคม 2556

กมธ.ถกสร้างเขื่อนแม่วงก์ มีผลเสียมากกว่าได้ ใช้ประโยชน์ไม่คุ้มลงทุน ศศินแนะใช้พื้นที่“เขาชนกัน”ไร้กระทบเสือโคร่ง

กมธ.ถกสร้างเขื่อนแม่วงก์ มีผลเสียมากกว่าได้ ใช้ประโยชน์ไม่คุ้มลงทุน ศศินแนะใช้พื้นที่“เขาชนกัน”ไร้กระทบเสือโคร่ง

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย ศรีหล้า สส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ได้พิจารณาศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชนและกระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจให้ก่อผลกระทบต่อชุมชุนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ (EHIA) กรณีโครงการเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ โดยเชิญนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และนายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร มาให้ข้อมูล แต่นายปลอดประสพมอบให้นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการสำนักนโยบายและแผนบริการจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) มาให้ข้อมูลแทน

ทั้งนี้ นายศศิน ชี้แจงว่า โครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์เป็นของกรมชลประทานที่มีการศึกษามาตั้งแต่ก่อนเหตุน้ำท่วมปี 2554 ต่อมาโครงการนี้ได้เข้าไปอยู่ใน สบอช. และกบอ. และโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 55 คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ ทั้งที่ EHIA ยังไม่เสร็จสมบูรณ์

อย่างไรก็ดี รายงานของ EHIA ปี 40 สนับสนุนให้มีการสร้างเขื่อนบริเวณพื้นที่เขาชนกัน จ.นครสวรรค์ แทนพื้นที่ปัจจุบัน เพราะหากสร้างที่เขาชนกันจะช่วยรองรับน้ำได้ 70% หรือ 500 ล้านลูกบาศ์กเมตร แต่หากก่อสร้างในพื้นที่ปัจจุบันจะรับน้ำได้ 30-40% เท่านั้น หรือ 200 ล้านลูกบาศ์กเมตร

นายศศิน กล่าวว่า การสร้างเขื่อนแม่วงก์จะกระทบระบบนิเวศน์ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเสือโคร่งจำนวนมาก ซึ่งเป็นอันดับสองของโลกรองจากประเทศอินเดีย แม้จะเป็นพื้นที่แค่ 1 % แต่ก็ถือเป็น 1% ที่ต้องรักษาไว้ในเรื่องระบบนิเวศน์

ทั้งนี้ ประโยชน์ที่จะได้รับจากเขื่อนแม่วงก์ในการกักเก็บน้ำมีเพียง 100,000 ไร่ ไม่ใช่ 300,000 ไร่ตามที่เข้าใจกัน อีกทั้ง พื้นที่รองรับน้ำท่วมบริเวณที่จะก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ ก็ไม่ใช่พื้นที่เกิดน้ำท่วมเป็นประจำ เพราะจุดประสงค์เดิมของเขื่อนแม่วงก์สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ไม่ใช่แก้ปัญหาน้ำท่วม

ขณะที่ นายสุพจน์ กล่าวยืนยันว่า เขื่อนแม่วงก์สามารถลดผลกระทบปัญหาน้ำท่วมได้ โดยลดอัตราการไหลสูงสุดของน้ำจาก 1,000 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที เหลือ 490 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที ถือว่าลดปัญหาได้ครึ่งหนึ่ง ทั้งนี้ รายงาน EHIA ที่ระบุว่า ยังไม่สมบูรณ์นั้น นายกฯและนายปลอดประสพให้นโยบายว่า พร้อมจะเชิญนายศศิน และประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ สื่อมวลชน มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม และพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ หากมีข้อมูลใหม่ก็พร้อมนำไปพิจารณาเพิ่มเติม

จากนั้นกรรมาธิการฯได้ซักถามถึงกรณีการระงับการออกกาศรายการ “คน ค้น คน” ทางช่อง 9 เมื่อวันที่ 28 ก.ย. นายศศิน กล่าวว่า ไม่ทราบถึงเหตุผลการไม่ได้ออกอากาศ เพราะเป็นเรื่องของบริษัท ทีวีบูรพา กับ ช่อง 9 ทราบเพียงว่า เหตุที่ไม่ได้ออกอากาศเพราะเสนอเนื้อหาเพียงด้านเดียว แต่ก่อนออกอากาศก็มีการตรวจสอบเนื้อหารายการ 2 ครั้ง

ขณะที่นายศุภชัย ได้สอบถามนายสุพจน์ กรณีที่ครม.อนุมัติโครงการเขื่อนแม่วงก์ได้มีการเสนอรายงาน EHIA ที่สมบูรณ์ต่อครม.หรือไม่ ซึ่งนายสุพจน์ ชี้แจงว่า รายงานของ EHIA ที่เสนอให้ครม.รับทราบนั้น เป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ของกรมชลประทานเท่านั้นที่เสนอมายังสบอช. แต่ยังไม่มีการสรุปรับฟังความเห็นจากหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานกมธ. ได้แสดงความห่วงใยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจทำให้นายศศินถอดใจเหมือนกรณีนายสืบ นาคะเสถียร ซึ่งนายศศิน ยืนยันว่า ไม่ถอดใจ เพราะวันนี้ (2ต.ค.) มีคนลุกขึ้นมาร่วมอนุรักษ์ป่าเป็นจำนวนมาก ไม่ได้ถูกทิ้งให้สู้แบบโดดเดี่ยวเหมือนสมัยนายสืบ แต่สิ่งที่กังวลคือ การขึ้นเวทีต่างๆแล้วมีการบิดเบือนข้อมูลจากฝ่ายที่สนับสนุนให้สร้างเขื่อน

อย่างไรก็ดี ที่ประชุมกมธ.ได้ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่ครม.อนุมัติการสร้างเขื่อนแม่วงก์ได้อย่างไร ในเมื่อรายงาน EHIA ที่เสนอให้ครม.พิจารณานั้น ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงไม่น่าจะถูกต้องในแง่ของหลักการ

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก