
สงครามวิทยุ
...ธนพล ไชยภาษี
สื่อฝรั่งรายงานสถานการณ์ไทย ไม่พ้นคำว่า ความแตกแยกของสังคม (Civil Conflict) สงครามกลางเมือง (Civil War) ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะเห็นเช่นนั้น เพราะในขณะที่ประชาชนกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง จะเริ่มหมดความอดทนจนต้องแสดงออกด้วยการรวมตัวแสดงท่าทีขับไล่ ฝ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงเองก็กลับยั่วยุ สร้างความปั่นป่วนให้กับสังคมมากยิ่งขึ้น
เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งในสังคม ที่ส่อเค้ารุนแรงมากขึ้นทุกทีๆ และเมื่อใดที่สังคมแตกแยกกันออกเป็นสองฝ่าย เมื่อนั้นความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามกลางเมืองยิ่งส่อเค้าเป็นจริงมากขึ้น
ตัวอย่างของสงครามในเมือง หรือสงครามกลางเมือง มีให้เห็นมาทั่วโลก และส่วนใหญ่ร้อยทั้งร้อยมีปัญหามาจากความแตกต่างทางด้านแนวความคิดทางการเมือง
ตัวอย่างสงครามในเมือง หรือสงครามกลางเมือง ที่เห็นได้ชัดจากเมื่อศตวรรษที่แล้ว คือ สงครามเวียดนาม ที่คนเวียดนามต้องเดินหน้าประหัตประหารกันเอง ระหว่างฝ่ายลัทธิคอมมิวนิสต์และฝ่ายเสรีประชาธิปไตย แต่สถานการณ์รุนแรงขึ้นเพราะว่ามีตัวแปรคือมหาอำนาจโลกเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง คือ สหรัฐ ที่เป็นหัวหลักของฝ่ายเสรีนิยม และ รัสเซีย ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายคอมมิวนิสต์
ผมอยากจะให้ดูวิธีและแนวทางปลุกระดมมวลชนในสงครามในเมืองทั้งหลายที่เกิดขึ้นครับ ไม่ว่าจะในเวียดนาม ในลาว หรือในประเทศไทยเอง และแม้แต่สงครามกลางเมืองในรวันดา นั่นก็คือ การปลุกระดมการใช้วิธีชวนเชื่อ สร้างข่าวลวง ผ่านสื่อที่ทะลุไปได้ทุกที่ และง่ายสำหรับในพื้นที่ทุรกันดาร และคนยากจนก็สามารถรับข้อมูลได้อย่างทันที
นั่นก็คือวิทยุ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงมวลชนได้รวดเร็วกว่าโทรทัศน์เป็นไหนๆ
ในขณะที่เวียดนามเหนือและฝ่ายคอมมิวนิสต์นั้นได้ใช้วิธีนี้อยู่แล้ว สหรัฐเองก็มีสถานีวิทยุของตัวเองเช่นเดียวกัน นั่นก็คือ เสียงอเมริกา หรือ Voice of America นั่นล่ะ ที่เป็นตัวให้ข่าวสารข้อมูลของฝั่งเสรีนิยม
ในสงครามกลางเมืองรวันดา สถานการณ์ลุกลามอย่างรวดเร็ว การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวทุสซีของชาวฮูตูนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะใช้วิธีปลุกระดมผ่านวิทยุเช่นกัน มีดีเจซึ่งเป็นฝ่ายฮูตูคอยบอกจุดว่าชาวทุสซีอยู่ตรงไหนให้คนออกไปฆ่ากันอย่างโจ่งแจ้ง ทันทีทันควัน
เหตุการณ์ในรวันดานั้น กลุ่มชาวฮูตูจะออกมารวมตัวเป็นกลุ่มแก๊งอยู่ตามท้องถนน คอยรับข้อมูลจากฝ่ายตัวเองผ่านการประกาศทางวิทยุ พอรู้จุดว่าชาวทุสซีอยู่ที่ใด ก็กรู
ยิ่งสมัยนี้ โทรศัพท์มือถือก็รับวิทยุได้ เครื่องรับวิทยุขนาดเล็กราคาไม่กี่ร้อยบาท สามารถพกพาติดตัวไปได้ตลอดเวลา รับข้อมูลข่าวสารถึงตัวในทันที
แต่อย่างไรเสีย ผมยังมีความเชื่อว่า คนไทยทุกคนยังมีสติ ที่จะแยกแยะว่าสิ่งไหนเท็จ สิ่งไหนคือการโกหก สิ่งไหนคือการปลุกปั่น สิ่งไหนคือหน้าที่ของตน เพียงเท่านี้ประเทศชาติก็จะสงบลงได้ครับ







