
มาถูกทาง
บทบรรณาธิการไฟแนนเชียลไทมส์ตามติดสถานการณ์ในซีเรียหลังมติคณะทำงานขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น)
บทบรรณาธิการไฟแนนเชียลไทมส์ตามติดสถานการณ์ในซีเรียหลังมติคณะทำงานขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เริ่มลงพื้นที่หาความจริงเกี่ยวกับการใช้อาวุธเคมี โดยระบุว่า การแทรกแซงซีเรียถือเป็นเรื่องเร่งด่วนเพราะจะนำไปสู่ทางแก้ปัญหาอย่างสันติและหากสำเร็จจะเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์สหรัฐรัสเซียให้กลับมาดีอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ดังเริ่มด้วยการเตือนคณะทำงานว่า การปลดอาวุธซีเรียต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากบรรยากาศการสู้รบในซีเรียยังระอุ หากรุกคืบอย่างรีบร้อนอาจจุดประเด็นทำให้เกิดการใช้กำลังอีกครั้ง ทั้งนี้ คะเนว่าสารผลิตอาวุธเคมีของซีเรียน่าจะมีปริมาณกว่า 1,000 ตัน และการใช้ในปริมาณเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดหายนะอย่างที่เป็นมา ด้านการดำเนินการ รัฐบาลซีเรียจะต้องขัดขวางการตรวจอาวุธของยูเอ็นอย่างแน่นอน ดังนั้น ยูเอ็นจึงควรหามาตรการรับมือและลงโทษ หากรัฐบาลซีเรียพยายามจะล้มโครงการนี้
ไฟแนนเชียลไทมส์วิเคราะห์ปิดท้ายว่า หากการตรวจอาวุธครั้งนี้สำเร็จด้วยดี จะเป็นการปรับความสัมพันธ์ขมที่สหรัฐเคยมีกับรัสเซียตั้งแต่สมัยสงครามเย็นให้ดีขึ้น โดยอาจนำไปสู่บรรยากาศชื่นมื่นมากกว่าเดิมในการประชุมสันติภาพที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในเดือน พ.ย.ปีนี้ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกสนับสนุนการปลดประธานาธิบดีโหด บาชาร์ อัล อัสซาด ออกจากตำแหน่งเพื่อเป็นการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน







