
ศอฉ.ซักซ้อมเจ้าหน้าที่ให้เตรียมพร้อมการสลายม็อบ
ศอฉ.แถลงตั้ง 6 ด่านเข้มแข็ง ซักซ้อมทหาร-ตำรวจพร้อมสลายม็อบ เตือนใช้กระสุนจริงเหตุม็อบไม่คืนอาวุธสงคราม
ศอฉ.แถลงตั้ง 6 ด่านเข้มแข็ง ซักซ้อมทหาร-ตำรวจพร้อมสลายม็อบ เตือนใช้กระสุนจริงเหตุม็อบไม่คืนอาวุธสงคราม
19.40 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เป็นประธานประชุม ได้รายงานผลปฏิบัติการจัดวางกำลังด่านตำรวจ ทหาร ด่านแข็งแรงรอบราชประสงค์ จัดสายตรวจเพียงพอจำนวน 6 ด่าน ได้แก่ แยกพญาไท ศาลาแดง พงษ์พระราม นราธิวาส สีลม อโศกมนตรี ภารกิจหลัก ตรวจสอบบุคลต้องสงสัย ควบคุม ริดรอนการนำอาวุธสงครามเข้าและออกจากพื้นที่ราชประสงค์ จับกุมผู้กระทำผิดตาม พรก.สถานกาณ์ฉุกเฉินด้วย
ขณะเดียวกัน ในเวลา 16.00 น. ศอฉ.ได้ประชุมนายตำรวจ ชั้นผู้ใหญ่ ผบชน. ผู้บัญชาการตำรวจภูธรทุกภาค นายทหารระดับสูงตั้งแต่ผบ.ทบ.ลงมาถึงระดับเจ้ากรม เน้นย้ำ ซักซ้อมความเข้าใจปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อคลี่คลายสภถานการณ์การชุมนุมที่สร้างความเดือดร้อนประชาชนทั้งในกททม.และต่างจังหวัด
“ซักซ้อมทำความเข้าใจ ขอพื้นที่การชุมนุมคืน หรือจะเรียกว่าสลายการชุมนุมสุดแล้วแต่ ตอนนี้พร้อมแล้วเรื่องกำลัง เพียงแต่รอจังหวะและเวลาที่เหมาะสม จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ยึดตามกรอบกติกา 7 ประการ ไม่มีการใช้อาวุธ กระสุน มีเฉพาะยิงขึ้นฟ้า และป้องกันตนเอง แต่วันนี้ต้องเปลี่ยนไปยึดตามหลักสากล แต่มีระยะห่าง ไม่ให้เข้าถึงตัวได้ ตั้งแต่ 100 เมตร โดยจะเตือนด้วยแก๊สน้ำตา น้ำ เครื่องขยายเสียงกำลังส่งสูง ไม่ให้เข้าใกล้ในระย 30-40 หลา เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องใช้อาวุธปืนลูกซอง ไม่ได้มุ่งเอาชีวิตผู้ชุมนุม แต่คำนึงถึงความเหมาะสมกับเหตุการณ์ และเพียงพอ ไม่ให้ผู้ขุมนุมกระทำผิดต่อไปได้” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า นายสุเทพได้เน้นย้ำการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ มีศักดิ์ศรี เป็นข้าราชการเหมือนกัน จึงให้กำลังใจร่วมกันทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองอยู่ได้ด้วยบังคับใช้กฎหมาย หากหย่อนยานไม่สามารถตอบสังคมได้ว่าเราจะเดินหน้าอย่างไร นายสุเทพได้พูดในที่ประชุมถ้าหากเจ้าหน้าที่รายใดมีปัญหาในการปฏิบัติงานให้บอจจะส่งไปปฏิบัติงานพื้นที่อื่น แล้วหาผู้เหมาะสมมาทำหน้าที่แทน
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่าส่วนที่เกรงว่าเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติเพราะเกรงจะต้องรับผิดเหมือนเหตุการณ์สลายการชุมนุม 7 ต.ค.51 เจ้าหน้าที่ศอฉ.รับผิดชอบร่วมกันตามภาระหน้าที่ ผู้สั่งรับผิดชอบ ใครทำมากเกินกว่านั้นก็ต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามศาลได้มีคำพิพากษาไว้จากการดำเนินการจากเบาไปหาหนัก ซึ่งได้ทำความเข้าใจทุกฝ่ายไม่มีปัญหาปฏิบัติงาน ขณะเดียวกันการใช้อาวุธจริงก็จำเป็นเพราะทหารมีเลือดเนื้อเหมือนทุกคน
“อย่างที่บอกเจ้าหน้าที่การนำอาวุธสงครามยิงขึ้นฟ้าและปกป้องชีวิต แต่ในช่วงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย.กลุ่มผู้ชุมนุมยึดอาวุธเจ้าหน้าที่ไปแล้วเอาไปวางกองเวที ส่วนการร์ดบอกเอามาคืนแล้ว ตอนนี้ยังไม่ได้รับคืนเลย 68 กระบอก หลงไปที่เมธี อมรวุฒิกุล 1 กระบกที่โดนจับได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปรับเปลี่ยนการปฏิบัติงาน” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว







