posttoday
จาก..."จำนำข้าว" ถึง..."จำนำไข่"

จาก..."จำนำข้าว" ถึง..."จำนำไข่"

26 กันยายน 2556

คุณผู้อ่านเคยคิดไหมครับว่า... ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของประเทศไทยแทบจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลออกโครงการค่าแรง 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ โครงการรับจำนำข้าว และโครงการรถยนต์คันแรก โครงการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอีกเป็นจำนวนมากที่ได้ก่อให้เกิดพลังขับเคลื่อนจนทำให้การบริโภคภายในประเทศสูงขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศชื่นมื่นและมีความสุขกับผลงานของรัฐบาล

คุณผู้อ่านเคยคิดไหมครับว่า... ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของประเทศไทยแทบจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลออกโครงการค่าแรง 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ โครงการรับจำนำข้าว และโครงการรถยนต์คันแรก โครงการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอีกเป็นจำนวนมากที่ได้ก่อให้เกิดพลังขับเคลื่อนจนทำให้การบริโภคภายในประเทศสูงขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศชื่นมื่นและมีความสุขกับผลงานของรัฐบาล

ยังไม่ทันจะครบหนึ่งปีดี โครงการต่างๆ ที่เคยสร้างความสุขให้คนไทยก็เริ่มแผลงฤทธิ์ไปในทิศทางตรงกันข้าม รัฐบาลจึงจำเป็นอยู่เองที่จะต้องทำทุกวิถีทางในการทำให้เศรษฐกิจของไทยพลิกฟื้นคืนกลับมาเหมือนเดิม รวมทั้งรอยยิ้มของคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศที่เริ่มจะจืดจางลงไปมากแล้ว

หนึ่งในมาตรการที่รัฐบาลชอบใช้ก็คือ การควบคุมราคาสินค้า ซึ่งเป็นการควบคุมราคาสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภค และรายการที่จะต้องถูกควบคุมอยู่เสมอๆ แทบจะไม่เคยขาดไปจากรายการสินค้าที่ถูกควบคุมราคาก็คือ “ไข่ไก่” แต่สิ่งที่รัฐบาลได้ทำดังกล่าว มันได้ส่งผลกระทบกระเทือนต่อเกษตรกรและพ่อค้ารายย่อยจำนวนมหาศาล โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ

หนึ่ง “การควบคุมราคาสินค้า” ทำง่าย...ได้ภาพเร็ว

การประกาศปรับราคาก๊าซแอลพีจีตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา อาจถือได้ว่าเป็นสาเหตุแรกๆ ที่ทำให้รัฐบาลต้องเข้ามามีบทบาทต่อการควบคุมราคาสินค้ามากขึ้น เพราะทำให้บรรดาร้านและหาบเร่ที่ขายข้าวแกง อาหารตามสั่ง และบรรดาร้านอาหารรายย่อยทั่วประเทศ ไม่สามารถขึ้นราคาอาหารได้ โดยข้ออ้างที่ว่า ค่าก๊าซที่ใช้ในการปรุงอาหารนั้นมี...ค่าน้อยมาก “ไข่ไก่” ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัตถุดิบหลักตัวหนึ่งของการประกอบอาหาร จึงต้องพลอยฟ้าพลอยฝนโดนควบคุมราคาอย่างเข้มงวดตามไปด้วย ไม่ว่าจะมีเหตุผลอย่างไรก็ตาม ก็มักจะถูกจับจ้องเป็นอันดับต้นๆ ที่จะไม่ให้ขึ้นราคา

สอง ราคาไข่ไก่ ได้กลายเป็น “ดัชนีของแพง” ไปแล้ว

คุณผู้อ่านหลายท่านอาจมีความรู้สึกเหมือนกับผมประการหนึ่งว่า เวลาจะดูว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยวันนี้ดีหรือไม่? ผมมักจะชอบไปดูดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย ถ้าวันไหน...ดัชนีพุ่งกระฉูดซัก 23% ก็จะรู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มจะดีขึ้นมาบ้างแล้ว ถ้าวันไหน...ดัชนีดำดิ่งหัวปักหัวปำ ก็แสดงว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มจะแย่แล้ว

“ราคาไข่ไก่” ก็เช่นเดียวกัน!!!

โดยการที่รัฐบาลหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา เวลาจะพูดถึงการควบคุมราคาสินค้าไม่ให้มีราคาแพงเกินไป ก็มักจะอ้างถึงราคาไข่ไก่ โดยให้สังเกตว่าราคาไข่ไก่ไม่ได้มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างไรเลย หนำซ้ำในบางเวลายังมีราคาลดลงไปเสียอีก การกระทำดังกล่าวก็ได้ทำให้คนไทยจำนวนมากแปรความหมายผิด โดยความรู้สึกว่า “ของแพง” จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ “ราคาไข่ไก่...เพิ่มสูงขึ้น”

ด้วยเหตุนี้ที่ผ่านๆ มา รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยจึงมักจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ราคาไข่ไก่...ไม่ขึ้นราคา เพราะถ้าขึ้นเมื่อไร...ก็จะมีแต่ผู้คนมา “หาเรื่อง...ด่ารัฐบาล” ได้เกือบจะทันที

ภาครัฐคงลืมไปว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่นั้นเป็นเกษตรกรรายย่อยจำนวนนับหมื่นนับแสนคน การดึงไข่ไก่เข้ามาเป็นดัชนีของแพง จะส่งผลกระทบถึงพวกเขาเหล่านั้นขนาดไหน ที่สำคัญ แต่ละปีจะมีช่วงที่ราคาไข่ไก่มีราคาสูงขึ้นเพียง 45 เดือน ขณะที่ช่วงราคาตกต่ำมีมากถึง 78 เดือน

สาม จาก...“จำนำข้าว” ถึง...“จำนำไข่”

การที่รัฐบาลมีนโยบายแบกรับราคาสินค้าเกษตรต่างๆ นั้น ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ล่อแหลมต่อความสมดุลทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างยิ่ง เพราะแทบจะไม่มีใครในโลกใบนี้ที่จะคาดการณ์ราคาในอนาคตของสินค้าเกษตรเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำเลย

โครงการจำนำข้าว อาจจะสะท้อนมาจากมิติการเมืองที่ว่า มีชาวนาเป็นจำนวนมากและชาวนาเหล่านี้จะเป็นฐานเสียงขนาดใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป จึงได้นำโครงการจำนำข้าวมาเป็นนโยบายหัวหอกในการยกระดับฐานะของชาวนาเหล่านี้ โดยไม่ค่อยจะยี่หระกับงบประมาณจำนวนมหาศาลที่จะต้องสูญเสียไป

คุณผู้อ่านลองวาดภาพตามผมซักหน่อยครับว่า สมมติว่าเรามีเกษตรกรผู้เลี้ยงไข่ไก่ทั่วประเทศเป็นสิบๆ ล้านคน และเป็นฐานเสียงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ แล้วคนไทยทั่วประเทศก็ชอบบริโภคไข่ไก่กันอย่างมโหฬาร แต่พอวันไม่ดีคืนไม่ดี...ราคาไข่ไก่เกิดตกต่ำลง

คุณผู้อ่านคิดว่ารัฐบาลชุดนี้เขาจะออกโครงการ “จำนำไข่” หรือไม่ครับ?

สี่ กลไกตลาด และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การจับจ้องราคาไข่ไก่ การพยายามที่จะคำนวณหาต้นทุนที่ถูกที่สุดของการผลิตไข่ไก่ สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนว่าจะเป็นการพยายามใช้ขั้นตอนทุกอย่างที่คิดว่าเป็นธรรม มาควบคุมราคาไข่ไก่เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกดีขึ้น และอาจจะทำให้รัฐบาลถูกด่าน้อยลง

เท่าที่ผมจำความได้ ยังไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนที่จะใช้ “กลไกตลาด” หรือการปล่อยราคาสินค้าเป็นไปตามราคาตลาดที่แท้จริง เพื่อมาใช้ในการบริหารราคาสินค้าเลย กลไกตลาด...เป็นเครื่องมือที่ได้พิสูจน์ตัวมันเองแล้ว โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้วมักจะมีการนำกลไกตลาดมาใช้อย่างจริงจัง และได้ทำให้ประชาชนของประเทศเหล่านั้นต้องพยายามที่จะต้องพัฒนาตนเองให้มีรายได้และมีอนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลจะต้องเข้ามาช่วยเหลือให้ประชาชนมีการศึกษาดีและส่งเสริมให้ทุกคนมีงานที่ดีทำ จากนั้นเมื่อคนเกือบทั้งประเทศเริ่มมีรายได้ที่ดีขึ้นแล้ว

พวกเขาก็จะมีความสามารถในการซื้อหาสินค้าในราคาที่...เป็นธรรม ได้เอง

ไม่ใช่...ราคาสินค้าที่ถูกควบคุมให้ถูก...แต่ไม่เป็นธรรม

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค