
ปชป.อัดรัฐตั้งปกครองพิเศษใต้
รองนายกรัฐมนตรีปฏิเสธ ไม่มีแนวเขตปกครองพิเศษชายแดนภาคใต้
รองนายกรัฐมนตรีปฏิเสธ ไม่มีแนวเขตปกครองพิเศษชายแดนภาคใต้
การประชุมสภาเพื่อพิจารณารับทราบรายงานแสดงผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ หรือการแถลงผลงานของรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 ก.ย. นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า แนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลจะนำไปสู่การตั้งเขตปกครองพิเศษหรือไม่
นายถาวร กล่าวว่า การบริหารงานของรัฐบาลไม่มีเอกภาพ มีการแต่งตั้งศูนย์และหน่วยงานที่มีความซ้ำซ้อนกัน ตั้งรัฐมนตรีไม่ซ้ำหน้ามารับผิดชอบ ทำให้ขาดความต่อเนื่องเชิงนโยบาย การพูดคุยสันติภาพของรัฐบาล ไม่ได้พูดคุยกับคนที่มีอำนาจที่แท้จริงในการพูดคุยกับกลุ่มอื่นให้หยุดยิง เพราะยังมีกลุ่มญิฮาดและกลุ่มอาร์เคเค และอีกหลายกลุ่มที่มีจุดมุ่งหวังในการแบ่งแยกดินแดน
“มีความกังวลว่าสุดท้ายแนวคิดการจัดตั้งเขตปกครองพิเศษใน 3 จังหวัดชายแดน จะเป็นจริง เพราะสอดคล้องกับคำพูด นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย และนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อีกทั้ง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ยังยอมรับว่า ขั้นสุดท้ายของการเจรจา คือจัดตั้งเขตปกครองพิเศษ จึงอยากถามว่า แท้จริงแล้วเขตปกครองพิเศษเป็นคำตอบในใจของผู้ที่ไปเจรจาเบื้องต้น คือ คนที่ชื่อ ทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ใช่หรือไม่” นายถาวร กล่าว
ด้าน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า การแก้ไขปัญหาความไม่สงบด้วยการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ไม่ใช่เป็นการพูดคุยกับโจร แต่ที่เลือกกลุ่มบีอาร์เอ็นเพราะถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีขีดความสามารถคุยกับกลุ่มเล็กๆ ได้ รัฐบาลไม่ได้ปฏิเสธที่จะคุยกับกลุ่มอื่น อย่างไรก็ตามสำหรับข้อเสนอของกลุ่มบีอาร์เอ็น หรือข้อห่วงใยเกี่ยวกับการตั้งเขตปกครองพิเศษ หรือรัฐปัตตานีนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายดังกล่าว อีกทั้งการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นในมาเลเซีย หรือนายฮาซัน ตอยิบ ได้ระบุไว้ก่อนหน้านั้นแล้วว่า หากมีเรื่องการแบ่งแยกดินแดนก็จะไม่เกิดเวทีพูดคุย
พล.ต.อ.ประชา กล่าวอีกว่า รัฐบาลเตรียมจะพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพื้นที่ อ.กาบัง จ.ยะลา และระยะต่อไปคาดว่าจะยกเลิกการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวได้อีก 4 พื้นที่ คือ อ.เบตง จ.ยะลา อ.แว้ง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส และ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี โดยจะมีการออกกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องมาใช้ในพื้นที่ที่มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน







