posttoday
จัดเวิร์กช็อปส่งออกรายเดือน

จัดเวิร์กช็อปส่งออกรายเดือน

26 กันยายน 2556

สถานการณ์ส่งออกช่วง 8 เดือนแรก ที่ขยายตัวเพียง 1% เท่านั้น ทำให้กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า การส่งออกปี 2556 อาจจะขยายตัวได้เพียง 4% ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่าการส่งออกทั้งปีน่าจะขยายตัวได้ที่ระดับ 5%

สถานการณ์ส่งออกช่วง 8 เดือนแรก ที่ขยายตัวเพียง 1% เท่านั้น ทำให้กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า การส่งออกปี 2556 อาจจะขยายตัวได้เพียง 4% ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่าการส่งออกทั้งปีน่าจะขยายตัวได้ที่ระดับ 5%

รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ตระหนักดีว่า ภาคการส่งออกมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย โดยล่าสุด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการแบบ Working Lunch กับเอกชนผู้ส่งออกในทุกอุตสาหกรรม เริ่มตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไป

ธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ยิ่งลักษณ์ มีแผนที่จะประชุมเชิงปฏิบัติการกับเอกชนผู้ส่งออก เพื่อหารือเชิงลึกในการแก้ปัญหาการส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งขณะนี้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เพราะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยที่ผลิตชิ้นส่วนป้อนอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไปเป็นอุปกรณ์พกพา เช่น แท็บเล็ต ทำให้เทคโนโลยีฮาร์ดไดรฟ์ และการ์ดบรรจุข้อมูลมีขนาดเล็กลง แต่ผู้ผลิตในไทยปรับตัวไม่ทัน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดหารือกับเอกชนเชิงลึกกับผู้ประกอบการในธุรกิจสปาและเครื่องสำอาง ในวันที่ 27 ก.ย.

และในต้นเดือน ต.ค. จะหารือเชิงปฏิบัติการกับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่ถือเป็นภาคบริการที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ในห้วงที่การส่งออกชะลอตัว กำลังซื้อหดตัวลง

ธีรัตถ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังจะหารือกับผู้ผลิตรายกลุ่มสินค้า เพื่อผลักดันการส่งออกให้เพิ่มขึ้น ซึ่งแยกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มสินค้าที่ขยายตัวสูง แต่มูลค่าน้อย ต้องกระตุ้นต่อเนื่อง 6 สินค้า คือ เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องจักรและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง

2.กลุ่มสินค้าที่ขยายตัว ต้องรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ 6 สินค้า คือ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก อัญมณีและเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ยาง

3.กลุ่มสินค้าที่หดตัวและมูลค่ามาก ต้องแก้ไขเร่งด่วน 3 สินค้า ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน น้ำมันสำเร็จรูป และยางพารา และ 4.กลุ่มสินค้าที่หดตัวแต่มูลค่ายังน้อย ต้องแก้ปัญหาต่อไป 5 สินค้า คือ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องรับโทรทัศน์และส่วนประกอบ และน้ำตาล

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีกลยุทธ์ผลักดันการส่งออกปี 2556-2563 โดยแบ่งตลาดเป็น 5 กลุ่ม และมีกลยุทธ์ทำงานเฉพาะเจาะจงแต่ละตลาด เช่น การทำมาร์เก็ตติงสมัยใหม่ การสร้างสรรค์มูลค่า การสร้างความเชื่อมั่นแบรนด์ประเทศ การเป็นศูนย์กลางของวัตถุดิบ

เท่าที่มีการประเมินในขณะนี้ กลุ่มสินค้าที่หดตัวและมีมูลค่ามาก เช่น ยางพารา ที่ลดลงมากถึง 13.3% รองลงมาเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ รวมถึงน้ำมันสำเร็จรูป

โอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทย และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในเดือน ต.ค.นี้ คณะทำงานศึกษาความสามารถในการแข่งขันของกระทรวงพาณิชย์ จะนัดเอกชนที่เป็นผู้ประกอบการส่งออกจำนวน 45 กลุ่มสินค้าและบริการมาหารือ จากนั้นจะขอให้ร่วมกำหนดเป้าหมายการส่งออกของปี 2557 ร่วมกับรัฐบาล รวมถึงแนวทางที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลส่งเสริมเพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าได้ดีขึ้น

“รูปแบบนี้จะเป็นการให้เอกชนเป็นผู้กำหนดว่าจะมีการส่งออกสินค้าอะไรจำนวนเท่าไหร่ และถ้าจะทำให้ถึงเป้า จะให้รัฐบาลช่วยอะไร เป็นการปรับวิธีการทำงานในภาครัฐแบบใหม่” โอฬาร กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ