
ทส.เร่งแก้ทะเลเซาะชายฝั่งภาคตอ.
ก.ทรัพยากรฯเร่งแก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งภาคตะวันออกหลังพบ 50 ปีถูกกัดเซาะไปราว830กม.
ก.ทรัพยากรฯเร่งแก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งภาคตะวันออกหลังพบ 50 ปีถูกกัดเซาะไปราว830กม.
นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ร่วมกันจัดประชุมรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ และสำรวจพื้นที่ประสบปัญหากัดเซาะชายฝั่ง ณ สำนักงานเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี โดยมีนายนพพล ศรีสุข อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข และนายอุดม มิ่งเจริญพร ผู้แทนชุมชนวอนนภาล่าง ร่วมเสวนา
นายวิเชษฐ์ กล่าวว่า ปัญหากัดเซาะชายฝั่งทะเลส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายในหลายด้าน ทั้งป่าชายเลน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญต่อการจัดการปัญหากัดเซาะชายฝั่งเป็นอย่างยิ่ง กระทรวงฯ จึงได้เร่งหาแนวทางบูรณาการจัดการป้องกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เกิดประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ ชายฝั่งทะเลของประเทศไทยมีระยะทางยาว 3,148 กิโลเมตร แบ่งเป็นฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน ฝั่งอ่าวไทยมีแนวโน้มที่จะมีปัญหากัดเซาะสูงกว่า ในปัจจุบันบางพื้นที่วิกฤตมีอัตราการกัดเซาะชายฝั่งทะเลมากกว่า 5 เมตรต่อปี โดยข้อมูลย้อนหลังเมื่อ 50 ปีที่แล้ว พบว่าชายฝั่งถูก กัดเซาะไปราว 830 กิโลเมตร สูญเสียพื้นที่ชายฝั่งของประเทศไทยไปแล้วไม่น้อยกว่า 113,042 ไร่ มูลค่าความสูญเสียเฉพาะค่าที่ดินประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มว่า หากไม่ดำเนินการใดๆ กับพื้นที่ชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะคาดว่าจะต้องสูญเสียที่ดินชายฝั่งอีกหลายหมื่นไร่ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม จ.ชลบุรี เป็นตัวอย่างพื้นที่ที่ได้ริเริ่มดำเนินการจัดการชายฝั่งแบบบูรณาการ (Integrated Coastal zone Management: ICM) มาได้ระยะหนึ่งแล้วเป็นรูปแบบการจัดการที่นิยมแพร่หลายในขณะนี้ เพราะเป็นหลักการจัดการที่ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียและผู้เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งทะเลทั้งระบบ ท้องถิ่นและชุมชนก็ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหา เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาชีพและความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชน
นายวิเชษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาไปแล้ว จำนวน 48 จุด ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร ส่วนใหญ่ใช้โครงสร้างแข็ง หรือ Hard Solution เช่น กำแพงกันคลื่น เขื่อนหินทิ้ง เขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง เขื่อนกันทรายและคลื่น เป็นต้น
สำหรับปี พ.ศ.2557 กระทรวงฯ พิจารณางบประมาณ 124.4 ล้านบาท ภายใต้แผนบูรณาการสำหรับจัดการปัญหากัดเซาะชายฝั่ง หาดจอมเทียน หาดพัทยา บริเวณเทศบาลเมืองอ่างศิลา ต.คลองตำหรุ และอ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
“สิ่งที่อยากเน้นย้ำและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคประชาชน คือ มิติใหม่ของการจัดการปัญหากัดเซาะชายฝั่ง จะไม่มองเฉพาะการป้องกันและแก้ไขปัญหาเพียงมุมเดียว แต่จะมองถึงโอกาสในการพัฒนา การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจและสังคมของผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ควบคู่ไปด้วย โดยกระทรวงฯ มองว่า คน สังคม วัฒนธรรม เป็นองค์ประกอบที่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เราจะมาทำงานร่วมกันเสมือนท่านเป็นเจ้าของบ้าน และกระทรวงฯ เป็นผู้เข้ามาให้การสนับสนุน” นายวิเชษฐ์กล่าว







