
ขอพื้นที่เล้ก ๆ ไว้ใช้ร่วมกัน
จะว่าไปคนจำนวนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอยู่ในศูนย์อำนาจรัฐแห่งเมืองหลวงกว่า 90% มาจากต่างจังหวัด
จะว่าไปคนจำนวนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอยู่ในศูนย์อำนาจรัฐแห่งเมืองหลวงกว่า 90% มาจากต่างจังหวัด
แต่ละคนต่างล้วนถูกปลูกฝังจิตวิญญาณให้รักป่า รักภูเขา รักบ้านเกิด
วันเวลาผ่านไป คนเหล่านี้ซึ่งอยู่กลางศูนย์อำนาจกลับกลายร่างเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐ ทำลายบ้านเกิด ทำลายป่า ทำลายสายน้ำ แหล่งกำเนิดสรรพชีวิต ซึ่งพวกเขาต่างเติบโตกันมา
อาจเป็นเพราะการศึกษาที่ผิดเพี้ยน อำนาจและอิทธิพลของทุนนิยมจึงเหิมเกริม สร้างมายาคติบางอย่างครอบงำเราให้หลงผิด คิดว่า “การพัฒนา” บน “การทำลาย” คือ ความเจริญจริงแท้
ทิศทางการพัฒนาของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาล้วนถูกโลกทุนนิยมขู่เข็ญให้เชื่อไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งที่มันสวนทางความเป็นจริง
ใช่หรือไม่ว่า เราต้องช่วยกันขบคิดร่วมสร้างจินตนาการการพัฒนาเพื่อต่อสู้กับรัฐอันธพาลเสียใหม่ สร้างจินตนาการ (ประเทศ) น่าอยู่เสียใหม่ ค้นหาวิถีที่ถูกจริตของเราเองในภูมิภาคอย่างแท้จริง
จะว่าไปนักพัฒนาองค์กรเอกชนจำนวนหนึ่งพยายามลงมือทำในสิ่งเหล่านี้มาในช่วงหลายปี แต่ท่ามกลางการพัฒนาอย่างเชี่ยวกราก หลายองค์กรมิอาจทัดทานกระแสทุน หลายองค์กรยังอยู่รอด แต่ก็อ่อนเปลี้ยเต็มที
วันที่คุณศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร นำคนจำนวนหยิบมือออกเดินเท้าจากแม่วงก์ถึงกรุงเทพฯ (22 ก.ย. 2556) ทำให้นึกย้อนมองมายังคนเมืองที่ก้มหน้าก้มตาทำงาน หลายคนเห็นด้วยกับแนวทางของคุณศศิน และตัดสินใจออกไปให้กำลังใจ ให้การสนับสนุนข้าวปลาอาหาร หลายคนยังรีรอ อีกหลายคนไม่ได้สนใจ เพราะไม่เข้าใจว่าการเดินเท้าคัดค้าน EHIA ของคนกลุ่มนี้หมายความถึงอะไร ทำไปเพื่ออะไรกัน
ผมรู้สึกชื่นชมคุณโน้ต วัชรบูล ลี้สุวรรณ ดารา นักแสดง ที่ไม่รีรอไปร่วมเดินกับเขาด้วย โน้ต บอกว่า ก่อนหน้านี้เอาเวลาไปทำอะไรตั้งมากมาย แค่ออกไปช่วยรักษาป่า ทำไมจะทำไม่ได้
คนหนุ่มที่ตัดสินใจได้เด็ดเดี่ยวในความคิดเช่นนี้น่ายกย่อง เพราะความรักและการหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติมีแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่หนุ่มคนนี้ตัดสินใจ เรียกได้ว่า เขาได้ลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ผืนป่าอาจสำคัญกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น
ความจริงประเด็นสิ่งแวดล้อมมีความเชื่อมโยงกัน ไม่ว่าคนเมือง คนชนบท ไม่ว่าจะ ณ แห่งหนใดในโลกนี้ เรามักเห็นข่าวการประท้วงต่อต้านการพัฒนาในรูปแบบต่างๆ อยู่ในหลายแห่งของโลก แต่ละแห่งแตกต่างกันทั้งในแง่ปริมาณและความรุนแรงของเหตุการณ์
แต่แล้วภาพเหล่านั้นก็มักลอยหายไปจากความสนใจ หรือไม่ก็ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในบางครั้งบางคราว
ใช่หรือไม่ว่า การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างขบวนการด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน และปัญหาสังคมด้านอื่นๆ ควรเกิดขึ้นอย่างจริงจังอย่างเป็นระบบ
การเคลื่อนไหวต่อสู้หรือให้ความสนใจในเรื่องที่ตัวเองให้ความสำคัญในลักษณะปลีกย่อย ไม่เดินออกนอกประเด็นบ้าง อาจทำให้การสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ร่วม...จึงไม่เกิด หลายปีมานี้การแสดงออกในลักษณะการปกป้องสิทธิในลักษณะนี้มีอยู่หลายกลุ่ม เป็นต้นว่า การประท้วงองค์การการค้าโลก ประท้วงการประชุมระดับนานาชาติในหลายๆ แห่ง ซึ่งล้วนมีสาระ มีประเด็นให้ต้องพูดถึง
แม้กระทั่งการต่อต้านโครงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลในบ้านเราก็เช่นกัน แต่ต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่า นักพัฒนาเอกชนหลายกลุ่มที่มุ่งมั่นทำหน้าที่ก็มักถูกอำนาจรัฐใช้วิชามารดิสเครดิต ทอนกำลังการเคลื่อนไหวจนอ่อนล้า และบ้างอาจต้องล่าถอยไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย
เราปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่า การส่งเสริมการลงทุนอย่างบ้าคลั่งตามนิยามของรัฐหลายปีมานี้สะเปะสะปะและเห็นแก่ได้ เมื่อค้นหาคำตอบกัน แท้จริงจะพบว่าการพัฒนาในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีความเปราะบางและเบาหวิวจนแทบจับต้องไม่ได้
นิยามการพัฒนาที่ถูกเคลมเป็นอัตราการเจริญเติบโตในแต่ละปี ตัวเลขอาจห่างไกลข้อเท็จจริงอยู่มาก แต่ฉากความทันสมัยที่รัฐมักฉายซ้ำให้สวยหรูดูดีอาจกลายเป็นคำอธิบายนำที่สามารถสร้างความเคลิบเคลิ้มกดทับความทุกข์ในอีกหลายมิติ
จะว่าไปหากมองย้อนหลังเส้นทางที่คุณศศินเดินมากว่า 300 กิโลเมตร เต็มไปด้วยการบดขยี้ทำลาย ระบบเกษตรกรรมพังทลาย วิกฤตสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นไปทั่ว ความละโมบของทุนเหิมเกริมหนักหน่วงมากขึ้นอยู่แทบทุกพื้นที่
โครงสร้างการพัฒนาที่บิดเบี้ยวผิดเพี้ยนตลอดมาตั้งแต่เรามีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่เรามีสำนักงานส่งเสริมการลงทุน เราหลอกพวกเราด้วยกันเองว่า มีรายได้เพิ่มขึ้น ร่ำรวยขึ้น แต่แท้จริงแล้ว เม็ดเงินที่กระจายไปยังชนบท พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศอยู่แค่ระดับผิว ขณะที่การทำลายลงรากลึก เพิ่มระดับความตึงเครียดลงสู่ท้องถิ่นมากขึ้นและต่อเนื่อง กระทั่งหลายชุมชนหลายท้องที่แตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ
บทบาทของนักพัฒนาเอกชนและสังคมที่เชื่อมโยงกัน จึงอาจเป็นพลังความหวังสุดท้ายที่อาจฉุดรั้งการพัฒนาที่หลงทิศผิดทาง เผื่อว่าเราจะเหลือพื้นที่เล็กๆ ไว้ใช้ร่วมกัน
...ก่อนที่มันจะถูกผลักไสไปอยู่ในมือคนหยิบมือเดียว (เสียทั้งหมด) ในไม่ช้า







