นายกฯสั่งผบ.ทบ.ลงใต้สอบเหตุรุนแรง
ผบ.ทบ.เผย"ยิ่งลักษณ์"สั่งลงใต้สอบต้นเหตุรุนแรงช่วงนี้ยังเชื่อมือทีมเจรจาBRN อย่าวิตกไทยเพลี่ยงพล้ำ
ผบ.ทบ.เผย"ยิ่งลักษณ์"สั่งลงใต้สอบต้นเหตุรุนแรงช่วงนี้ยังเชื่อมือทีมเจรจาBRN อย่าวิตกไทยเพลี่ยงพล้ำ
ที่กองการบินกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)พร้อมด้วยพล.อ. อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก เสธ.ทบ.และนายทหารระดับสูงลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้จะไปตรวจเยี่ยมที่จ.ยะลา และจ.ปัตตานี โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้สั่งการให้ติดตามข้อเท็จจริงถึงสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ว่าเกิดจากากรกระทำของผู้ก่อเหตุความรุนแรง ภัยแทรกซ้อน หรือความขัดแย้งในพื้นที่ เพราะมีหลายเหตุการณ์ที่น่าสงสัย
นอกจากนี้อาจพบปะกับมวลชนที่เข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ในการแก้ไขปัญหาภาพรวมมีแนวโน้ม และมีพัฒนาการที่ดีขึ้น
"เรามองในหลายมิติไม่ใช่เฉพาะความรุนแรงอย่างเดียว แต่มองไปถึงการรับรู้ของต่างประเทศ ที่ผ่านมานายกฯได้เดินทางไปร่วมประชุมกับประเทศที่เกี่ยวข้องกับองค์การมุสลิมโลก(OIC) ซึ่งผมทราบข้อมูลมาว่าการประชุม OIC ปีนี้ที่เกี่ยวกับเรื่องภาคใต้ที่จะเข้าไปในที่ประชุม เป็นข้อมูลที่ดีทั้งสิ้น
“การแก้ไขปัญหาจะประสบความสำเร็จได้ไม่ใช่เราอย่างเดียว ต้องอาศัยมิตรประเทศและความเข้าใจขององค์กรระหว่างประเทศ ที่จับตามองเราอยู่ ความสำเร็จของเราวันนี้คือไม่ทำให้องค์กรเหล่านี้เกิดความไม่สบายใจ และไม่มีประเทศอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือช่วยแก้ไขปัญหาในลักษณะที่ใช้กองกำลัง ซึ่งจะสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือเรื่องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน"
ทั้งนี้การปฏิบัติงานทางด้านทหารโดยเฉพาะการใช้กำลังมีความแตกต่างกับต่างประเทศ เพราะเป็นการดำเนินการข้อมูลทางด้านการข่าว และเป็นการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจับกุม ซึ่งการปะทะทุกครั้งกับผู้ที่มีหมายจับ และมีการใช้อาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ อีกทั้งยังมีการสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ เอาไว้ใช้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย แม้จะมีข่าวปล่อยว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ซึ่งประชาชนชาวไทยพุทธ และไทยมุสลิม สูญเสียเป็นความผิดพลาดของผู้ก่อเหตุรุนแรง
ส่วนผู้นำมุสลิมที่เสียชีวิตจากฐานข้อมูลทางด้านการข่าวคนเหล่านั้นมาร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการช่วยแก้ไขปัญหา ผมอยากขอร้องหยุดทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ และหยุดทำร้ายเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะได้มาพูดคุยกันให้รู้เรื่อง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า การพูดคุยของกระบวนการสันติภาพคงต้องดำเนินการต่อไป เพราะเป็นอีกภาพหนึ่ง ที่ต้องการทำให้ต่างชาติเข้าใจ แต่ผลการพูดคุยคงอีกนาน อย่าไปวิตกกังวลว่าเราจะไปเพลี่ยงพล้ำ เพราะเจ้าหน้าที่ของเรามีขีดความสามารถเพียงพอและมีหลักการในการพูดคุย
ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาต้องฟังคนใน3ส่วนด้วยกัน ทั้งคนในพื้นที่ คนนอกพื้นที่ และต่างประเทศ ซึ่งทุกอย่างเราต้องทำตามกฎหมาย ตามกรอบรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายระหว่างประเทศที่จะต้องระมัดระวังในทุกๆด้าน
อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมีความเห็นต่าง ใช้ศาสนามาเป็นเครื่องมีในการสร้างมวลชนต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนน้อย ที่ไม่ได้มารบกันทั้งเมืองเป็นแค่บางพื้นที่ ถือว่ามีช่องว่างให้กลุ่มผู้ก่อเหตุสามารถปฏิบัติการนอกจากเป็นพื้นที่ที่กระจัดกระจาย ซึ่งพยายามจะลดช่องว่างตรงนั้นให้ได้
โดยจะมีการปรับโครงสร้างของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อที่จะได้บูรณาการให้ทุกหน่วยงานทำงานสอดคล้องกัน และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า







