posttoday
ยุคสมัยแห่งการสูญพันธุ์

ยุคสมัยแห่งการสูญพันธุ์

15 กันยายน 2556

นิยามของ “สิ่งมีชีวิต” ในทางวิทยาศาสตร์ ระบุถึงกรณีหนึ่งในทำนองว่า เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงโดยตรง ไม่อาจแยกจาก “สิ่งแวดล้อม” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ “วิวัฒนาการ”

นิยามของ “สิ่งมีชีวิต” ในทางวิทยาศาสตร์ ระบุถึงกรณีหนึ่งในทำนองว่า เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงโดยตรง ไม่อาจแยกจาก “สิ่งแวดล้อม” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ “วิวัฒนาการ” สิ่งมีชีวิต จะคงสายพันธุ์ของตัวเองไว้ได้ ต้องผ่านเงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องมีความสามารถในการปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

แน่นอนที่สุด นิยามในแง่ดังกล่าวพุ่งความหมายไปยังประเด็นที่ว่า หากสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ทุกชนิด เกิดหรือถือกำเนิดขึ้นในแต่ยุคสมัยด้วยกระบวนการสร้างสปีชีส์ใหม่ ในทางตรงกันข้าม ก็ย่อมสูญสิ้นไปได้ด้วยการสูญพันธุ์ โดยปฏิเสธไม่ได้ว่า ปรากฏการณ์ธรรมชาติทั้งสองด้านนี้อยู่คู่กันมา นับตั้งแต่สิ่งมีชีวิตชนิดแรกอุบัติขึ้นบนโลก และยังเป็นกฎสามัญที่จะดำเนินต่อไปชั่วกาล

บรรดาสิ่งมีชีวิตที่กำลังตกอยู่ในชะตากรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จะถูกบรรจุไว้ใน “บัญชีแดงของสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ” หรือ “บัญชีแดง” (IUCN Red List of Threatened Species หรือ IUCN Red List หรือ Red Data List)

บัญชีที่ว่านี้ เป็นดัชนีที่เริ่มสร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2491 เพื่อรวบรวมรายชื่อสิ่งมีชีวิตจากทั่วทุกแห่งในโลกที่อยู่ในความเสี่ยงที่กล่าวมา ชื่อทั้งหมดที่บรรจุไว้ ถือเป็นดัชนีรายชื่อที่สมบูรณ์ที่สุดของสถานภาพสปีชีส์ ทั้งพืชและสัตว์ต่างๆ และจะดำเนินการประเมินระดับความเสี่ยงของทุกสปีชีส์ใหม่ช่วงเวลาที่กำหนด อาจจะทุก 5 หรือ 10 ปี

บัญชีดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลอันเร่งด่วนเกี่ยวกับความจำเป็นในการอนุรักษ์แก่สาธารณชน และผู้มีอำนาจในการวางนโยบาย รวมทั้งเพื่อช่วยเหลือประชาคมนานาชาติในการพยายามลดจำนวนการสูญพันธุ์ของสปีชีส์ต่างๆ ตามที่ระบุในดัชนี โดยทั้งหมดได้ถูกรวบรวมผ่านหลากองค์การที่เข้าร่วมประเมินระดับความเสี่ยง เช่น องค์การชีวปักษานานาชาติ (BirdLife International) สถาบันสัตวศาสตร์ (Institute of Zoology) แผนกค้นคว้าของสมาคมสัตวศาสตร์แห่งลอนดอน (Zoological Society of London) องค์การติดตามผลการอนุรักษ์นานาชาติ (Conservation Monitoring Centre) และกลุ่มชำนัญพิเศษต่างๆ ภายในคณะกรรมการความอยู่รอดของสปีชีส์ (Species Survival Commission (SSC)) ซึ่งเป็นกลุ่มชำนัญพิเศษของสหภาพ

ขณะที่อีกอนุสัญญาที่ดูแลด้านนี้เช่นกัน คือ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ซึ่งได้เสร็จสิ้นการจัดประชุมครั้งที่ 16 ในประเทศไทยไปเมื่อวันที่ 314 มี.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางการประกาศว่า ได้บรรลุเป้าหมายเรื่องการขยับบัญชีสัตว์น้ำและไม้หายากบางพันธุ์เข้ามาอยู่ในบัญชี 2 หรือถูกนับว่าเป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ยังไม่ถึงกับใกล้จะสูญพันธุ์ อนุญาตให้มีการค้าได้ แต่ต้องมีการควบคุมไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือลดปริมาณลงอย่างรวดเร็วจนใกล้สูญพันธุ์ โดยประเทศที่จะส่งออกต้องออกหนังสืออนุญาตและรับรองว่าการส่งออกแต่ละครั้งจะไม่กระทบกระเทือนต่อการดำรงอยู่ของชนิดพันธุ์นั้นๆ ในธรรมชาติ

ทุกครั้งที่มีการประชุมไซเตส มักหนีไม่พ้นที่จะถูกมองว่า เป็นเพียงการประชุมว่าด้วยข้อตกลงการค้าสัตว์ป่าเชิงพาณิชย์ ครั้งที่ผ่านมาก็เช่นกัน หลังที่ประชุมกำหนดโควต้าการล่าและส่งออกเสือดาวของประเทศในแอฟริกาใต้ 12 ประเทศ คือ บอตสวานา สาธารณรัฐแอฟริกากลาง เอธิโอเปีย เคนยา มาลาวี โมซัมบิก นามิเบีย แอฟริกาใต้ ยูกันดา แทนซาเนีย แซมเบีย และซิมบับเว ที่ประชุมมีข้อสรุปว่า ให้ประเทศเหล่านี้สามารถล่าเสือดาวตามจำนวนที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้ ต่อ 3 ปี บอตสวานา 130 ตัว สาธารณรัฐแอฟริกากลาง 40 ตัว เอธิโอเปีย 500 ตัว เคนยา 80 ตัว มาลาวี 50 ตัว โมซัมบิก 120 ตัว นามิเบีย 250 ตัว แอฟริกาใต้ 150 ตัว ยูกันดา 28 ตัว แทนซาเนีย 500 ตัว แซมเบีย 300 และซิมบับเว 500 ตัว รวมทุกประเทศสามารถล่าเสือดาวเพื่อเอาเนื้อ หัวกะโหลก หนัง ไปครอบครองได้ทั้งหมด 2,648 ตัว สิ่งที่ตามมาก็คือ ก้อนอิฐจากนักอนุรักษ์จากทุกสารทิศ

สตีเวน กาลส์เตอร์ ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิฟรีแลนด์ ซึ่งทำงานด้านการอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่า ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ของประเทศไทย ระบุว่า ไซเตสถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เรื่องการจัดโควต้าสำหรับล่าและค้าสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่อย่างเสือ แรด และช้าง ซึ่งทำให้ถูกมองและตั้งคำถามว่า การประชุมไซเตสจัดขึ้นเพื่อการอนุรักษ์หรือเพื่อการค้ากันแน่

ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิฟรีแลนด์ ระบุอีกว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ การเคร่งครัดเรื่องกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายในแต่ละประเทศให้มีศักยภาพในการบังคับใช้ รวมทั้งมีบุคลากรที่เข้าไปทำงานด้านการปราบปรามและป้องกันการค้าขายอย่างผิดกฎหมายอย่างเพียงพอ เป็นที่ถูกละเลยอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าการอนุญาตให้ล่าอาจจะมีปัญหาเรื่องการสวมสิทธิล่าในบางประเทศตามมา ขณะที่การห้ามล่าในบางประเทศก็ยังเป็นเพียงแค่แนวคิดเท่านั้น

ประเทศแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ช้างถูกลักลอบฆ่าและล่าเพื่อเอางาออกมามากที่สุดนั้น ปรากฏว่าช้างยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองใดๆ ทั้งสิ้น คำตอบที่ได้จากการทวงถามในการประชุมครั้งที่ผ่านมา ระบุเพียงว่า กฎหมายอยู่ระหว่างการดำเนินการ

สัตว์ป่าในหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง นั่นคือ เรื่องการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้เท่าทันกับสถานการณ์การค้าสัตว์ป่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะว่าการค้าสัตว์ป่ามีวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าขึ้น ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี โดยเฉพาะเรื่องวิธีการและอาวุธที่ใช้ล่า รวมถึงกลุ่มนักล่าสัตว์ ยังได้เติบโตและพัฒนาขึ้นจากพรานระดับท้องถิ่นเป็นอาชญากรข้ามชาติ ที่ทำงานเป็นขบวนการและรู้กระทั่งช่องโหว่ทางกฎหมายของแต่ละประเทศเพื่อจะหนีความผิด

แน่นอนที่สุด ทุกๆ วันที่ผ่านไปมีทั้งสิ่งมีชีวิตผุดขึ้นใหม่และต้องสูญพันธุ์ไปอย่างเงียบๆ โดยหากย้อนกลับไปที่เงื่อนไขเดิมของการมีชีวิตสืบไป ก็น่าสงสัยอย่างยิ่งว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะเหลือสิ่งมีชีวิตอยู่อีกเท่าไหร่ ที่คงความสามารถในการปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับทุกยุคสมัยของประวัติศาสตร์โลก

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว