
สบน.มึนหาเงินกู้2.7แสนล้านให้จำนำข้าวปี56/57
กู้เงินจำนำข้าว 2.7 แสนล้านบาทวุ่น คลังมึนยังไม่มีความชัดเจนแหล่งเงินกู้ก้อนใหม่
กู้เงินจำนำข้าว 2.7 แสนล้านบาทวุ่น คลังมึนยังไม่มีความชัดเจนแหล่งเงินกู้ก้อนใหม่
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า การกู้เงินจำนวน 2.7 แสนล้านบาท เพื่อใช้จำนำข้าวตามนโยบายของรัฐบาลปี 2556/2557 ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะต้องกู้เป็นวงเงินก้อนใหม่หรือไม่ เพราะตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดิมได้อนุมัติไว้ให้กู้เงินเพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าวได้ไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 4.1 แสนล้านบาท และเงินสภาพคล่องของ ธ.ก.ส. อีก 9 หมื่นล้านบาท
“วงเงิน 2.7 แสนล้านบาท ที่ใช้จำนำข้าวรอบใหม่ยังไม่ชัดเจนว่าจะกู้ใหม่หรือต้องใช้ให้อยู่ในกรอบเดิม เนื่องจาก ธ.ก.ส.ยังไม่ได้มีการส่งแผนการใช้เงินมา ซึ่งคงต้องรอความชัดเจนส่วนนี้ก่อน” น.ส.จุฬารัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลให้มีการกู้เงินก้อนใหม่ ทาง สบน. คงไม่สามารถกู้ได้เต็มจำนวนที่ 2.7 แสนล้านบาทได้ เนื่องจาก สบน.มีวงเงินกู้ที่สามารถค้ำประกันให้รัฐวิสาหกิจได้เพียง 2.5 แสนล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือจากการค้ำประกันโครงการอื่นๆ ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ โดยการค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าวเป็นไปตามกรอบการค้ำประกันเงินกู้ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ตั้งไว้ที่ไม่เกิน 20% ของงบประมาณรายจ่าย
น.ส.จุฬารัตน์ กล่าวว่า ก่อนสิ้นปี 2556 คลังต้องเร่งดำเนินการในการปรับลดวงเงินที่ใช้ในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวให้อยู่ในกรอบที่ ครม.กำหนด ที่ 5 แสนล้านบาท จากปัจจุบันได้ใช้เงินไปถึง 6.7 แสนล้านบาท โดยส่วนที่เกินเป็นการใช้เงินของ ธ.ก.ส. จำนวน 1.7 แสนล้านบาท สำรองจ่ายไปก่อน ซึ่งการลดวงเงินกระทรวงพาณิชย์จะต้องเร่งระบายข้าว
ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ทยอยชำระคืนเงินให้กับ ธ.ก.ส.แล้วจำนวน 1.3-1.4 แสนล้านบาท โดยเป็นเงินที่ใช้ในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวทั้งอดีตและปัจจุบันบางส่วน
สำหรับการประชุมร่วมระหว่าง สบน. และนักลงทุนสถาบันประจำปี 2556 เพื่อให้รับทราบเกี่ยวกับแผนระดมทุนของรัฐบาลประจำปี 2557 โดยเฉพาะแผนระดมทุนป้องกันน้ำท่วม 3.5 แสนล้านบาท การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ในช่วง 7 ปีข้างหน้า สบน.ยืนยันจะไม่เกินกรอบเพดานหนี้สาธารณะ 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
ทั้งนี้ แผนการระดมทุน 7.6 แสนล้านบาทในปีหน้า จะเน้นออกเป็นพันธบัตรออมทรัพย์มากขึ้น เพื่อให้โอกาสรายย่อยได้ซื้อพันธบัตรของรัฐบาลและยังคงระดมทุนจากนักลงทุนประเภทสถาบันด้วย







