
จับคนไทยใส่โลงศพ!
เป็นการวิเคราะห์ทิศทางประเทศไทย หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของสมาชิกวุฒิสภาที่กำลังพิจารณากันอยู่ขณะนี้ มาเป็นกฎหมายสูงสุด
เป็นการวิเคราะห์ทิศทางประเทศไทย หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของสมาชิกวุฒิสภาที่กำลังพิจารณากันอยู่ขณะนี้ มาเป็นกฎหมายสูงสุด
เป็นการเปรียบเปรยที่แรง แทงใจดำผู้กำลังจะได้ประโยชน์ ทำให้การอภิปรายถูกขัดจังหวะด้วยการประท้วงเป็นอย่างมาก ทั้งจาก สส.ฝ่ายรัฐบาลและ สว.หลายคน
มาตรา 117 ที่อนุญาตให้เป็น สว.ติดต่อกันได้โดยไม่ต้องเว้นวรรค แม้สั้นแค่สองบรรทัด แต่มีผลกระทบใหญ่หลวง เป็นเหมือนภาพต่อชิ้นสุดท้ายที่ทำให้เราเห็นภาพรวมของการออกแบบสร้างระบบเผด็จการผ่านการเลือกตั้ง
ดิฉันต้องยอมรับมติเสียงข้างมากในวาระ 1 และได้เสนอวิธีการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดในวาระ 2 คือ ให้มีการเลือกตั้งตามกลุ่มอาชีพและสถานภาพ แต่ก็ตกไปแล้ว
เสียงข้างมากกำหนดให้เรามีการเลือกตั้ง สว.ตามจังหวัด ซึ่งเป็นระบบที่อันตราย เพราะผู้สมัครที่อยากชนะ จะเข้าไปพึ่งพายึดโยงระบบอุปถัมภ์ที่เข้มแข็งที่สุดในจังหวัดนั้นๆ ซึ่งก็จะเป็นระบบฐานเสียงของการเลือกตั้ง สส.ของพรรคการเมืองนั่นเอง บุคคลที่จะเป็น สว.ที่ดีก็จะไม่ลงสมัคร
มีแนวโน้มสูงว่าจะได้ สว.ที่ไม่เหมาะสมกับหน้าที่ ซึ่งมีลักษณะกึ่งตุลาการ คนที่จะมาเป็น สส.จะต้องมีความหนักแน่นในธรรม มีความเป็นอิสระสูง เป็นกลางทางการเมือง ใครดีก็ต้องว่าดี ปกป้อง ส่งเสริม แม้จะไม่ได้รู้จักชอบพอกัน หรือไม่ได้เป็นพวกเดียวกัน ใครผิดก็ต้องว่าผิด ไม่เกรงใจแม้อาจจะรู้จักหรือชอบพอกัน ไม่เกรงใจแม้มีคนรู้จักมาขอให้ช่วย
นอกจากนี้ ยังมีการปลดล็อกให้ลงสมัคร สว.ได้อีก โดยไม่ต้องทิ้งระยะห่างจากพรรคการเมืองและการดำรงตำแหน่งการเมือง มีการเปิดประตู ให้สามารถเป็น สว.ได้ต่อเนื่อง ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของการกำหนดวาระให้ยาวถึง 6 ปี อีกทั้งการกำหนดอนุญาตให้บุพการี คู่สมรส และบุตรของ สส. หรือตัว สส.เอง หากลาออกวันนี้ พรุ่งนี้ก็ลงสมัครได้
สว.ก็จะเป็นคนแบบเดียวกับ สส. สภาผู้แทนฯ กับวุฒิสภาจะเป็นเนื้อเดียวกัน เสียงข้างมากของพรรคที่เป็นรัฐบาลจะมีน้ำหนักมากขึ้นไปอีก จะมีการเล่นพรรคเล่นพวก ไม่มีตรวจสอบถ่วงดุลพวกเดียวกัน
ระบบนี้จึงมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเผด็จการจากการเลือกตั้ง เปรียบเสมือนการเอาประชาธิปไตยมาใส่ลงในกล่อง บีบบังคับให้เสียงส่วนน้อยในสภา เสียงส่วนน้อยในหมู่ประชาชนในสังคม ต้องจำยอมถูกเสียงข้างมากลากไป
ในกล่องนี้มีการบริหารบ้านเมืองแบบธุรกิจที่เอาแต่ได้ ให้ก็แต่ประชานิยม ให้ก็แต่พวกพ้องฐานเสียงของพวกตนมีการเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน จำกัดสิทธิเสรีภาพมีการสร้างความแตกแยก เกลียดชัง และความกลัว
จึงเป็นกล่องมืดที่คับแคบอึดอัด แคบจนจะไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับนิติรัฐ นิติธรรม ความถูกต้อง กล่องนี้จึงเป็นเสมือนโลงศพของประชาธิปไตยและของประชาชนคนไทยด้วย
ฝ่ายบริหารจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งในรัฐสภาและในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยผ่านการครอบงำวุฒิสภาที่มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนตำแหน่งสำคัญๆ หากวุฒิสภาไม่เป็นอิสระ ก็จะมีผลต่อตัวบุคคลหรือการปฏิบัติงานขององค์กรอิสระต่างๆ ที่จะต้องตรวจสอบการใช้อำนาจ อย่างเช่น กกต.อาจไม่จัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว หรือการทุจริตคอร์รัปชั่นก็จะเฟื่องฟูหาก ป.ป.ช. ไม่เป็นอิสระ...
ธุรกิจการเมืองจะแพร่ระบาดมากกว่าเดิม ผลประโยชน์พวกพ้องจะเป็นใหญ่ โอกาสการทุจริตคอร์รัปชั่นจะสูงยิ่งกว่าทุกวันนี้ คอร์รัปชั่นทางนโยบายก็จะมีมากขึ้น
โอกาสของการมีนโยบายสาธารณะที่ยั่งยืน เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม จะน้อยเต็มที เพราะฉะนั้นโลงศพที่ว่าจึงไม่ใช่เพียงของนักการเมืองเสียงข้างน้อย แต่เป็นโลงศพของประชาชนคนไทยทั้งหมดด้วย
นอกจากนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ยังส่อว่าจะผิดกฎหมายใน 4 ประเด็น
(1) ขัดกับหลักการเหตุผล “เพื่อส่งเสริมหลักประชาธิปไตย”
(2) ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่กลไกฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารต้องมี “ดุลยภาพ” และประสิทธิภาพ รวมทั้งให้ศาลและองค์กรอิสระปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม
(3) ขัดต่อมาตรา 122 ของรัฐธรรมนูญ เพราะ สว.ที่ลงมติรับการแก้ไขนี้ จะได้กระทำการที่ขัดกันแห่งประโยชน์ คือเปิดโอกาสให้ตนเองได้ลงสมัคร สว.อีกครั้งโดยติดต่อกัน
(4) สส.พรรครัฐบาลที่ลงมติสนับสนุนอาจมีความผิดตามมาตรา 68 ที่ห้ามการกระทำ “เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้”
เพราะการแก้ไขนี้จะทำให้พรรคการเมืองเสียงข้างมากที่จะเป็นรัฐบาล สามารถขยายขอบเขตการใช้อำนาจเพราะขาดการตรวจสอบถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ และยังสามารถสืบทอดอำนาจได้โดยง่ายดาย
เผด็จการที่กินรวบประเทศไทย จะมีผลต่อเศรษฐกิจ ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่กำลังรอวันแห่งการล่มสลาย เหมือนทำคนไทยให้ตายทั้งเป็น แล้วจับยัดใส่โลงศพ ปิดฝา ตอกตะปู
แต่คนไทยที่เป็นเสรีชนยังไม่ตาย จะต้องมีการต่อสู้เพื่อแหกทลายโลงศพนี้ออกมาให้ได้ในที่สุด
แม้กว่าจะหลุดออกมาได้ ไม่รู้ว่าจะต้องเสียเลือดเสียเนื้อกันมากแค่ไหน?







