posttoday
ลดภาษีคนรวยกระตุ้นเศรษฐกิจ

ลดภาษีคนรวยกระตุ้นเศรษฐกิจ

10 กันยายน 2556

ความพยายามรีดมาตรการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจขาลง โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังที่เหลือยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ความพยายามรีดมาตรการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจขาลง โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังที่เหลือยังคงมีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการหามาตรการที่จะเป็นยาดีได้ผลเลิศจะหายากก็ตาม

หลังจากรัฐบาลออกกรอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพใหญ่ครอบคลุมทั้งการส่งออก การบริโภค การลงทุน และการใช้จ่ายภาครัฐ ก็ต้องเร่งดำเนินการตกย่อยออกมาเป็นมาตรการในทางปฏิบัติที่ให้เกิดผลได้จริง

ในด้านการส่งออก เห็นทีรัฐบาลไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ดี ทั้งสหรัฐ ยุโรป จีน ญี่ปุ่น การขยายการส่งออกเป็นไปได้ยาก เป้าที่รัฐบาลตั้งไว้ 78% แต่มาถึงวันนี้มีการกันว่าจะได้ 35% เท่านั้น

ความพยายามของกระทรวงพาณิชย์ในการเจาะหาตลาดใหม่ เพิ่มมูลค่าสินค้า ก็เป็นมาตรการบรรเทาเท่านั้น เป็นการเลี้ยงไข้ไม่ให้การส่งออกทรุดหนักไปกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน การหวังจะให้การส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เศรษฐกิจขยายตัวจึงหมดหวัง

ในส่วนของการบริโภคภาคเอกชน ก็กระตุ้นไม่ได้ง่าย ที่ผ่านมารัฐบาลกระตุ้นจนรัฐบาลก็หมดเงิน ส่วนผู้บริโภคก็หนี้ท่วมตัวจากบ้านหลังแรก รถคันแรก ประกอบกับช่วงที่รายได้เกษตรกรตกต่ำ เพราะพืชผลทางการเกษตรราคาไม่ดี พนักงานเงินเดือนไม่เพิ่ม สวนทางรายจ่ายเพิ่ม ทำให้การกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศทำอย่างไรก็เร่งไม่ขึ้น

ขณะที่การเร่งการลงทุน ภาคเอกชนก็ยังมีปัญหาเรื่องความไม่มั่นใจทางเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ ทำให้ชะลอแผนลงทุนเพื่อรอดูความชัดเจนใหม่มากกว่านี้

ส่วนการเร่งใช้จ่ายของรัฐบาลก็ยังติดหล่ม การเร่งใช้จ่ายงบประมาณก็ยังมีงบค้างท่อจำนวนมาก การเร่งงบลงทุนรัฐวิสาหกิจก็มีปัญหาถอยการลงทุนเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้การเบิกจ่ายงบได้น้อย ด้านเงินกู้ พ.ร.ก. 3.5 แสนล้านบาท ก็ยังติดปัญหาในขั้นตอนกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทำให้เบิกจ่ายยังไม่ได้ รวมถึง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ก็ยังไม่มีใครกล้าการันตีได้ว่าจะคลอดเป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ได้หรือไม่

เมื่อเป็นเช่นนี้ รัฐบาลจึงพยายามหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยว และธุรกิจบริการ ที่ยังสดใสขยายตัวได้ดี และน่าจะมีพระเอกขี่ม้าขาวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังให้กระเตื้องขึ้น อย่างน้อยๆ หากทำได้ดีก็น่าจะทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวไม่หลุด 4% ต่อปี

กระทรวงการคลังเชื่อมั่นว่าภาคการท่องเที่ยวของไทยไปได้ดี แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมยังดูไม่ดีก็ตาม โดยคาดว่าการขยายตัวของนักท่องเที่ยวในปีนี้จะทำได้ดีเหมือนปี 2555 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเข้ามาไทยจำนวน 26.4 ล้านคน จากเป้าที่ตั้งไว้ 22.4 ล้านคน สูงกว่าเป้าถึง 26.4%

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเห็นว่าควรมีแพ็กเกจออกมาเสริมกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และไทยให้กระชุ่มกระชวยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นของปีนี้

หนึ่งในมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว คือ การสนับสนุนด้านภาษีเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการจับจ่ายใช้สอย (ช็อปปิ้ง พาราไดซ์) โดยกระทรวงการคลังจะมีการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย ทั้งนาฬิกา น้ำหอม กระเป๋าแบรนด์เนม เสื้อผ้าแบรนด์เนมเครื่องสำอาง ให้ได้ภายใน 12 เดือนนี้

ซึ่งขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังเร่งศึกษาว่าควรจะลดภาษีสินค้าตัวใดบ้าง และได้มีการหารือกับผู้ประกอบการในประเทศถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ก่อนสรุปเสนอไปยังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ การศึกษาปรับลดภาษีได้มีการเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง เนื่องจากทั้งสองประเทศที่เป็นแหล่งช็อปปิ้งสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีอัตราภาษีในอัตรา 0% ในขณะที่ไทยนั้นจัดเก็บในอัตรา 30% ทำให้ไม่สามารถจูงใจนักท่องเที่ยวหันมาช็อปสินค้าหรูในไทย

นอกจากนี้ ยังมีคนไทยบางกลุ่มเสียค่าเครื่องบินออกไปต่างประเทศเพื่อซื้อสินค้าแบรนด์เนม ดังนั้นการลดภาษีครั้งนี้จะช่วยจูงใจให้นักท่องเที่ยวมาไทยมากขึ้น และทำให้คนไทยหันมาซื้อสินค้าแบรนด์เนมในไทยแทน

กระทรวงการคลังประเมินว่า การลดภาษีสินค้าหรูทำให้เสียภาษีนำเข้าระดับพันล้านบาท แต่ประเทศจะได้ภาษีอื่นเพิ่มทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีนิติบุคคลที่จะได้จากการที่ผู้ประกอบการขายสินค้าหรู

มาตรการลดภาษีสินค้าหรูเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวแม้ว่าจะเป็นมาตรการเล็กๆ แต่จะได้ผลใหญ่ในแง่ของการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย เป็นแหล่งช็อปปิ้งสินค้าหรูแห่งใหม่ของโลกและภูมิภาค ทำให้การท่องเที่ยวบูม มีเงินตราไหลเข้ามาประเทศ ธุรกิจต่อเนื่องได้ประโยชน์ เศรษฐกิจก็กระเตื้องขึ้นได้

นอกจากนี้ ยังเป็นการแก้เงินไหลออกของเศรษฐีเมืองไทย ที่ขนเงินไปช็อปปิ้งสินค้าหรูในต่างประเทศได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การลดภาษีสินค้าหรูกระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในช่วงที่มีปัญหาการเมืองรุนแรง ทำให้ฝ่ายไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลและหยิบยกไปเป็นประเด็นทางการเมือง มีการมองว่ารัฐบาลลดภาษีให้คนรวย ท่ามกลางภาวะที่ค่าครองชีพของคนจนพุ่งสูงจากปัญหาของแพง และรัฐบาลยังแก้ไม่ตก

ขณะเดียวกัน ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า การลดภาษีสินค้าหรูจะกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ได้เป็นกอบเป็นกำ เพราะในภาวะที่เศรษฐกิจโลกไม่ดี ทุกคนต่างรัดเข็มขัดทั้งนั้น การมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากก็ไม่จำเป็นต้องจับจ่ายมากๆ เพื่อซื้อสินค้าหรูเสมอไป

เมื่อเป็นเช่นนี้ การลดภาษีสินค้าหรูจึงกลายเป็นบูมเมอแรงเข้าตัวรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กลายเป็นประเด็นร้อนใหม่ของรัฐบาล ถึงขนาดมีวาทกรรมทางการเมืองว่า การลดภาษีสินค้าหรู เป็นการลดค่าครองชีพคนรวย ตรงข้ามกับนโยบายลดค่าครองชีพคนรายได้น้อยที่รัฐบาลประกาศไว้ แต่ล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะว่าสินค้าและบริการของคนหาเช้ากินค่ำดาหน้าขึ้นจนรัฐบาลเอาไม่อยู่

การลดสินค้าหรูกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงอาจจะแท้งก่อนคลอด เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้เป็นเป้าโจมตีทางการเมืองเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การกระตุ้นเศรษฐกิจไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะรัฐบาลมีแต่กรอบแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่สามารถขับเคลื่อนออกมาให้เกิดขึ้นจริงได้

ภาวะเช่นนี้ทำให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลอยู่ในอาการสาหัส มาตรการกระตุ้นเก่าหมดฤทธิ์ มาตรการใหม่ไม่สามารถคลอดออกมาได้ หรือคลอดออกมาได้ก็ไม่มีกำลังขับเคลื่อนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สถานการณ์เช่นนี้ทำให้รัฐบาลต้องลุ้นใจหายใจคว่ำว่าทั้งปีเศรษฐกิจจะโตได้เกิน 4% ต่อปีหรือไม่ เพราะหากต่ำกว่านี้ รัฐบาลคงแก้ตัวไม่หลุดว่าบริหารเศรษฐกิจล้มเหลว

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว