
สวนยางใต้ไม่รับข้อเสนอกนย.
เพิ่มเงินช่วยแต่ไม่ประกันราคา90บาทลั่นเดินหน้านัดชุมนุมใหญ่ปิดถนน
เพิ่มเงินช่วยแต่ไม่ประกันราคา90บาทลั่นเดินหน้านัดชุมนุมใหญ่ปิดถนน
เครือข่ายยางภาคใต้ รับไม่ได้นโยบาย กนย. จ่ายเงินปัจจัยการผลิตแทนประกันราคา 90 บาท
เครือข่ายชาวสวนยางพาราภาคใต้หลายกลุ่มรับไม่ได้กับมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ซึ่งแม้จะเพิ่มเงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิตจากเดิมไร่ละ 1,260 บาท เป็นไร่ละไม่เกิน 2,520 บาท รายละ 25 ไร่ รวมเป็นเงิน 6.3 หมื่นบาท แต่กลับไม่มีมติเรื่องการรับซื้อยางพารากิโลกรัมละ 90 บาท ตามที่ตกลงไว้ก่อนหน้านี้
นายอำนวย ยุติธรรม แกนนำภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่จริงใจ มีการพลิกแพลงตลอด จะนัดแกนนำเครือข่ายฯ ประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 10 ก.ย. เพื่อกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหว
นายมนูญ อุปลา กรรมการเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ตัวแทน จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ประสานงานการชุมนุมใหญ่ของเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ กล่าวว่า ได้หารือทางโทรศัพท์กับแกนนำในหลายจังหวัดแล้ว เห็นตรงกันว่ารัฐบาลจะไม่ประกันราคาและใช้การชดเชยให้แทน เครือข่ายจึงยึดแนวทางเดิม คือ ดาวกระจายปิดเส้นทางการจราจร ปิดศาลากลางแต่ละจังหวัดทั่วทั้งภาคใต้ ในวันที่ 14 ก.ย.นี้แน่นอน
“มติดังกล่าวถือว่าการเจราจากับรัฐบาลล้มเหลวสิ้นเชิง เป็นการโกหกคำโต ตัวแทนรัฐบาลเปิดโต๊ะแถลงข่าวยอมรับข้อเสนอด้วยการประกันราคายางพาราชั้น 3 กิโลกรัมละ 90 บาท แต่มากลับมติด้วยการเพิ่มเงินชดเชยปัจจัยค่าผลิต ถือว่าเป็นการหักหลังเกษตรกร” นายมนูญ กล่าว
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะประธาน กนย. กล่าวภายหลังการประชุม กนย. ว่า จะเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางพาราโดยจ่ายเงินช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 ก.ย. พิจารณา โดยการจ่ายเงินช่วยเหลือดังกล่าว เฉลี่ยชดเชยกิโลกรัมละ 12 บาท เมื่อรวมกับราคายางปัจจุบัน 78 บาท เท่ากับว่าราคายางอยู่ที่กิโลกรัมละ 90 บาท
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการระยะสั้น 7 เดือน ก.ย. 2556มี.ค. 2557 ซึ่งเป็นฤดูกาลปิดหน้ายาง ใช้งบประมาณ 21,288 ล้านบาท หลังประชุม ครม.แล้วจะประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจแนวทางการลงทะเบียนเกษตรกร การออกใบรับรอง การสำรวจพื้นที่ปลูกจนถึงวันที่ 30 ก.ย. จากนั้นจะตรวจสอบพื้นที่อีก 30 วัน และจะออกใบรับรองภายใน 15 วัน จากนั้นจะเร่งจ่ายเงินให้เกษตรกรทันที
“รัฐบาลไม่ได้ยืนกระต่ายขาเดียวหรือจะไม่ขยับตัวเลขการช่วยเหลือ แต่จะต้องหารือกันด้วยเหตุผล สิ่งสำคัญการสื่อความหมายระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มเกษตรกร เพราะมีบางคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับยางพารา แต่กลับออกมาเคลื่อนไหว” นายกิตติรัตน์ กล่าว
นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า กรณีกลุ่มเกษตรกรที่ไม่มีเอกสิทธิ์ที่ดินให้กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปหารือเพื่อเสนอแนวทางดำเนินการต่อไป







