
"ปู"แจงUNไม่ได้นิรโทษกรรมยกเข่ง
นายกฯพบข้าหลวงใหญ่ยูเอ็น แจงนิรโทษกรรมไม่ได้ล้างความผิดยกเข่ง แต่กลุ่มผิดม.112ต้องได้รับพิจารณาคดีอย่างเท่าเทียม
นายกฯพบข้าหลวงใหญ่ยูเอ็น แจงนิรโทษกรรมไม่ได้ล้างความผิดยกเข่ง แต่กลุ่มผิดม.112ต้องได้รับพิจารณาคดีอย่างเท่าเทียม
เมื่อวันที่ 9 ก.ย. น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมพบหารือกับนางนาวาเนเธ็ม ฟิลเล (Navanethem Pillay) ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระหว่างเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ(HRC) สมัยที่ 24 และเยือนสมาพันธรัฐสวิส
นายกฯและข้าหลวงใหญ่ได้มีการหารือถึงกระบวนการสร้างความปรองดองในไทย โดยนายกฯกล่าวว่า ไทยรู้สึกยินดีที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติให้ความสนใจการสร้างความปรองดองในไทย รัฐบาลไทยได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาความตกลงร่วมกัน รวมทั้งยังสนับสนุนฝ่ายต่างๆเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างความปรองดองด้วย ซึ่งรัฐบาลยอมรับความคิดเห็น และเปิดรับฟังประสบการณ์จากประเทศและองค์กรอื่นๆ โดยเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา รัฐบาลจัดปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Uniting for the Future: Learning from each other’s experience โดยเน้นในเรื่องประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม
"จุดประสงค์ของกฎหมายนิรโทษกรรมไม่ได้มีเพื่อที่จะให้นิรโทษกรรมผู้ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองทั้งหมด หรือเพื่อให้ไม่ต้องรับโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนสิทธิมนุษยชน และมั่นใจว่าประเด็นต่างๆจะได้รับการกล่าวถึงในรัฐสภา ทั้งนี้ไทยเข้าใจในข้อห่วงกังวล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ขอให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับไทย เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน บางคนอาจบิดเบือนความเห็น เพื่อหาผลประโยชน์ทางการเมืองได้"นายกฯ กล่าว
นายกฯกล่าวด้วยว่า ประเทศไทยถือเป็นสังคมเปิด สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ บุคคลที่ผิดข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมีสิทธิเช่นเดียวกับบุคคลที่ทำผิดทางอาญาอื่น ๆ รวมทั้งมีสิทธิได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และมีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย
นอกจากนี้ ในขณะนี้ไทยกำลังดำเนินการปรับปรุงเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย และการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องและตรงตามมาตรฐานสากล
นอกจากนี้หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ให้การดูแลและจะยังคงให้การดูแลผู้ลี้ภัยชาวอินโดจีนและคนพลัดถิ่นชาวเมียนมาร์ รวมถึงชาวโรฮิงญา และจะพยายามหาทางออกที่สามารถปฏิบัติได้จริง
ทั้งนี้ไทยตระหนักถึงความท้าทายต่างๆ และพยายามที่จะหาทางจัดการปัญหาในการให้การดูแลบุคคลเหล่านี้ นอกจากนี้ การให้การดูแลผู้หญิงและเด็กในที่พักพิงของไทยได้รับการยกย่องว่าดีที่สุด ทางออกที่ดีที่สุด คือการสามารถกลับประเทศได้อย่างปลอดภัย แต่ทั้งนี้จะต้องใช้เวลา และไทยยังต้องการความช่วยเหลือ และเปิดรับฟังเพื่อหาทางแก้ปัญหา







