
ชาวสวนยางรับ90บ.แต่ห้ามยกเลิกค่าชดเชย
กลุ่มชาวสวนยางพารายอมรับราคาก.ก.ละ 90 บาทแต่ต้องไม่ยกเลิกค่าชดเชยปัจจัยการผลิต 1,260 บาทต่อไร่
กลุ่มชาวสวนยางพารายอมรับราคาก.ก.ละ 90 บาทแต่ต้องไม่ยกเลิกค่าชดเชยปัจจัยการผลิต 1,260 บาทต่อไร่
ภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ นำโดยนายกาจบัณฑิต รามมาก ประธานเครือข่ายฯ , นายศักดิ์สฤษฎิ์ ศรีประศาสตร์ จากกลุ่มอันดามัน และนายอำนวย ยุติธรรม ผู้ประสานงานเครือข่ายจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมตัวแทนเกษตรกรจาก 16 จังหวัดภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีลงมา ประชุมหารือถึงมาตรการในด้านต่างๆ เพื่อการเคลื่อนไหวในการยกระดับการชุมนุมในวันที่ 14 ก.ย.นี้ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช
ทั้งนี้หลังจากการประชุมกว่า 2 ชม.ได้เปิดแถลงผลการประชุมถึงมติสำคัญคือยอมรับราคาที่ 90 บาท แต่มีเงื่อนไขคือรัฐบาลต้องไม่ยกเลิกเงินสนับสนุนปัจจัยการผลิตจำนวน 1,260 บาทต่อไร่ และหากรัฐบาลเลื่อนราคาไปที่ 95 บาทสามารถที่จะยกเลิกปัจจัยการผลิตได้ และยกระดับให้ได้ 120 บาทภายใน 6 เดือน
นายกาจบัณฑิต รามมาก ตัวแทนจากจังหวัดสงขลา ระบุว่า ในวันที่ 14 ก.ย.56 นั้นจะมีการยกระดับขั้นสูงสุดโดยจะมีการชุมนุมปิดกั้นการจราจรที่แยกปฐมพร จังหวัดชุมพร และในสงขลานั้นจะมีการปิดด่านระหว่างประเทศและท่าเรือจังหวัดสงขลา เพื่อฟ้องให้โลกรู้ถึงความไม่สนใจและความไม่เป็นธรรมกับเกษตรกรชาวสวนยางของรัฐบาล นี้ และในแต่ละจังหวัดจะมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องด้วย เช่นประจวบคีรีขันธ์ จะมีการชุมนุมที่บ้านธรรมรัตน์ และจะยกระดับการชุมนุมถึงขั้นสูงสุด
นายอำนวย กล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ดังนี้ 1.ให้รัฐบาลชดเชยส่วนต่างราคายางพาราในราคากิโลกรัมละ 95 บาท หรือ กิโลกรัมละ 90 บาท โดยไม่ยกเลิกการช่วยเหลือปัจจัยการผลิตไร่ละ 1,260 บาท และรัฐบาลจะต้องช่วยเหลือเกษตรกรครอบคลุมกลุ่มเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ด้วย 2.ให้รัฐบาลชดเชยส่วนต่างราคาปาล์มน้ำมันในราคากิโลกรัมละ 6 บาท 3.รัฐบาลจะต้องไม่เอาผิดทั้งทางแพ่งและอาญาแก่ผู้ชุมนุมทั่วประเทศ 4.รัฐบาลจะต้องเยียวจ่ายค่าชดเชยผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและทรัพย์สิน 5.รัฐบาลจะต้องเร่งทำทุกวิถีทางเพื่อให้ราคายางพาราในราคากิโลกรัมละ 120 ภายใน 6 เดือน
นอกจากนี้ข้อเรียกร้องทั้งหมดหากรัฐบาลยอมรับตามเงื่อนไข ผู้ที่จะเดินทางมาเจรจาต้องเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น เจรจาบันทึกข้อตกลงกับกลุ่มผู้กลุ่มชุมนุมที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมมีการจุดธูปสาบานว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดด้วย และหากรัฐบาลไม่ยินยอมตามเงื่อนไขดังกล่าว กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา จากเครือข่าย 16 จังหวัดภาคใต้ จะยกระดับการชุมนุมในวันที่ 14 ก.ย.นี้ พร้อมกัน โดยที่ จ.สงขลา จะมีการปิดด่านสะเดา เส้นทางธุรกิจไทยมาเลเซียอีกด้วย
ขณะที่นายลือชา เปี่ยมสุวรรณ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ได้รับการมอบหมายจากสภาทนายความให้เข้ามาดูแลคดีที่ผู้ชุมนุมชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน เพื่อรักษาสิทธิของประชาชน เนื่องจากพี่น้องประชาชนชาวสวนยางนั้นสามารถที่จะใช้สิทธิ์ในการออกมาเรียกร้องตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ สภาทนายความจึงพร้อมที่จะช่วยเหลือด้านกฎหมายกับผู้ชุมนุมทุกคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยสภาทนายความทุกจังหวัดพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ชุมนุมทุกคน







