
จี20
หลังวิกฤตเศรษฐกิจชาติร่ำรวยเปิดโอกาสให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาขึ้นมามีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้น ผ่านการประชุมสุดยอดจี20 ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก ซึ่งบางประเทศก็เป็นประเทศกำลังพัฒนา เช่น จีน บราซิล อินโดนีเซีย เป็นต้น ซึ่งการชูกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาให้ขึ้นมามีบทบาทมากขึ้นนั้นก็เป็นไปเพื่อลดคำครหาว่าโลกใบนี้ถูกชักใยโดยประเทศร่ำรวยมหาอำนาจเท่านั้นเองครับ
หลังวิกฤตเศรษฐกิจชาติร่ำรวยเปิดโอกาสให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาขึ้นมามีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้น ผ่านการประชุมสุดยอดจี20 ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก ซึ่งบางประเทศก็เป็นประเทศกำลังพัฒนา เช่น จีน บราซิล อินโดนีเซีย เป็นต้น ซึ่งการชูกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาให้ขึ้นมามีบทบาทมากขึ้นนั้นก็เป็นไปเพื่อลดคำครหาว่าโลกใบนี้ถูกชักใยโดยประเทศร่ำรวยมหาอำนาจเท่านั้นเองครับ
อีกทั้งในขณะนั้นเศรษฐกิจของชาติกำลังพัฒนากำลังแข็งแกร่งจนถูกมองว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกพลังใหม่แทนที่ชาติร่ำรวย
แต่ในวันนี้ เพียง 4 ปีเท่านั้นสถานการณ์กลับตาลปัตร กลายเป็นว่าประเทศกำลังพัฒนากำลังอ่อนแอลงจากการไหลออกของทุนของประเทศร่ำรวย พูดง่ายๆ ประเทศกำลังพัฒนากำลังเจ็บตัวจากผลงานของประเทศร่ำรวยอีกแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น การประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศจี20 ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ในรัสเซีย ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ยังคาดว่าเวทีนี้จะถูกกลบไปด้วยประเด็นการโจมตีซีเรีย ที่สหรัฐจะเข้ามาหว่านล้อมขอเสียงสนับสนุนจากประเทศสมาชิกจี20
จะน่าเสียดายเหลือเกินครับ ถ้าจี20 ปล่อยให้เวทีสุดยอดในครั้งนี้ถูกกลบไปด้วยประเด็นของชาติร่ำรวยอีกแล้ว ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาที่ได้รับผลกระทบจากการไหลออกของทุนตะวันตกกลับไม่ได้รับการแก้ไข
ประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นสมาชิกจี20 จะต้องใช้เวทีนี้เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจให้ได้ครับ ต้องใช้เวทีนี้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดในฐานะเป็นตัวแทนของประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก
ไม่ใช่ปล่อยให้ชาติร่ำรวยยึดไปอีกเวที!







