
ปรองดองที่น่ากังขา
หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล จากสหรัฐ รายงานเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า แม้ว่ารัฐบาลไทยจะพยายามผลักดันการเปิดเวทีการปฏิรูปการเมืองเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง ด้วยการเชิญ โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ และมาร์ตี อาห์ติชารี อดีตประธานาธิบดีของฟินแลนด์ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การจัดการกับปัญหาความขัดแย้งในประเทศ แต่การดำเนินการของรัฐบาลยังต้องเผชิญปัญหาอยู่มาก เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกระบวนการปรองดองทางการเมืองดังกล่าว
หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล จากสหรัฐ รายงานเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า แม้ว่ารัฐบาลไทยจะพยายามผลักดันการเปิดเวทีการปฏิรูปการเมืองเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง ด้วยการเชิญ โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ และมาร์ตี อาห์ติชารี อดีตประธานาธิบดีของฟินแลนด์ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การจัดการกับปัญหาความขัดแย้งในประเทศ แต่การดำเนินการของรัฐบาลยังต้องเผชิญปัญหาอยู่มาก เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกระบวนการปรองดองทางการเมืองดังกล่าว
นอกจากนี้ เวทีการปฏิรูปการเมืองดังกล่าวยังเกิดข้อกังขาอีกว่า นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของไทย จ่ายเงินจ้าง แบลร์ ให้มาเข้าร่วมเวทีการปฏิรูปการเมืองที่มีขึ้นเมื่อวานนี้เป็นมูลค่าถึง 20 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลไทยและอดีตผู้นำอังกฤษได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากระบวนการสร้างความปรองดองในไทยจะยังมีปัญหา แต่ในระหว่างการขึ้นกล่าวปาฐกถา อดีตผู้นำจากอังกฤษและผู้เข้าร่วมงานปาฐกถาดังกล่าวได้ระบุว่า กระบวนการปรองดองจะก่อให้เกิดผลดีอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะช่วยทำให้กระบวนการปรองดองเดินหน้าไปรวดเร็วขึ้น
แบลร์ ได้เล่าถึงประสบการณ์เมื่อครั้งแก้ปัญหาความขัดแย้งการแบ่งอำนาจการปกครองในไอร์แลนด์เหนือในช่วงทศวรรษ 1990 โดยระบุว่าการให้ความหวังและสัญญาเกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรืองและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันที่แข็งแกร่งขึ้นระหว่างส่วนเหนือและส่วนใต้ของไอร์แลนด์เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้คนลดความไม่ไว้วางใจระหว่างกลุ่มที่ขัดแย้งกันได้
นอกจากนี้ อดีตผู้นำของอังกฤษได้กล่าวถึงกรณีความขัดแย้งทางการเมืองของไทยว่า ไม่สามารถพึ่งพาความช่วยเหลือจากภายนอกได้ เนื่องจากมีแต่คนไทยเท่านั้นที่สามารถตัดสินอนาคตของตัวเอง
วันเดียวกัน โทมัส ฟูลเลอร์ ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ จากสหรัฐ รายงานเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ว่า ได้เกิดเหตุยิงผู้ประท้วงในม็อบเรียกร้องให้แก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำที่ปิดถนนทางภาคใต้ของไทยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะยังไม่ทราบว่าเป็นฝีมือของใคร ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นความขัดแย้งกันเองที่เกิดขึ้นภายในกลุ่มผู้ชุมนุม แต่เป็นที่คาดว่าเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นจะสร้างความโกรธแค้นให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมมากขึ้น ซึ่งการชุมนุมดังกล่าวได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ต้นเดือนที่แล้ว และได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคฝ่ายค้านในสภา
นอกจากนี้ การปิดถนนเพื่อเรียกร้องให้รัฐแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำกำลังทำให้ประชาชนและนักธุรกิจที่อยู่ในภาคใต้โกรธเคืองมากขึ้น เนื่องจากนอกเหนือจากกลุ่มผู้ชุมนุมจะปิดเส้นทางเชื่อมต่อระบบรางระหว่างไทยกับมาเลเซียแล้ว ก็ยังปิดเส้นทางเชื่อมต่อทางถนนไฮเวย์ระหว่างภาคเหนือกับภาคใต้ของไทย และถนนสายรองอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ข้อมูลว่ามีการพบรายงานการทะเลาะวิวาทกันเองในกลุ่มผู้ชุมนุมทุกวัน และพบอีกว่ามีอาวุธและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ไปทั่วบริเวณการชุมนุม แต่ผู้สื่อข่าวจากสื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังของโลกได้ตั้งคำถามว่า วิธีการให้ข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นวิธีการของรัฐบาลไทยที่ต้องการทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นผู้สร้างปัญหา







