posttoday
ท่องเที่ยวถกเอกชนปรับแผน ญี่ปุ่นเพิ่มระดับเตือนภัยขั้น2

ท่องเที่ยวถกเอกชนปรับแผน ญี่ปุ่นเพิ่มระดับเตือนภัยขั้น2

26 เมษายน 2553

 

 โพสต์ทูเดย์ — ททท.ระดมกึ๋นร่วมเอกชนวันนี้ ถกแผนรับมือม็อบ เปิด 5 แผนดึงต่างชาติกลับไทย พร้อมรุกหนักไทยเที่ยวไทย ดันตัวเลขนักท่องเที่ยวให้เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ทั้งสองตลาด

นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า วันที่ 26 เม.ย.นี้ ททท.จะประชุมหารือร่วมกับสมาคมที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว เช่น สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตตา) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) ฯลฯ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยล่าสุด โดยประเมินแนวโน้มการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง และการปรับแผนงานยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวตลาดในประเทศและต่างประเทศให้สอดคล้องกับเหตุที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ กรอบการปรับแผนการตลาดจะใช้แนวทางเดียวกับแผนการตลาดที่ใช้รับมือกับวิกฤตที่ได้รับผลกระทบจากการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อปี 2551 และการล้มเวทีการประชุมผู้นำอาเซียนเมื่อเดือน เม.ย.ปีก่อน โดยขณะนี้ ททท.อยู่ระหว่างการจัดหมวดหมู่ตลาดที่ต้องฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ ได้วางแผนการรุกตลาดต่างประเทศภายใต้กรอบงบประมาณกระตุ้นท่องเที่ยวฉุกเฉินกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวตลาดในประเทศและต่างประเทศ ทันทีที่สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองภายในประเทศสงบ โดยตลาดต่างประเทศจะดำเนินการ 5 แผนงาน ได้แก่ 1 การนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยโดยตรงต่อนักท่องเที่ยว 2 เน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ข่าสารข้อมูลที่ถูกต้องให้กับนักท่องเที่ยว ผ่านเครื่องมือการสิ่อสารทุกช่องทางของททท.

3.เตรียมจัดโครงการ มีเดีย แฟมทริป นำผู้สื่อสารต่างประเทศ มุ่งตลาดหลัก เช่น สาธาณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น เววียดนาม เกาหลี ตลาดยุโรป 4 การดึงเซเลเบอร์ตี้ ที่ชื่อเสียงของประเทศกลุ่มเป้าหมา และ 5 การร่วมงานเทรดโชว์ โรดโชว์ และการทำฮาร์เซลล์ร่วมกับบริษัททัวร์ สายการบิน ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทย

อย่างไรก็ตามททท.ยังไม่มีแนวคิดการปรับประมาณการตัวเลขและรายได้ทางการท่องเที่ยวในปีนี้ลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆยังไม่ยุติ โดยเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถยุติได้เร็วนี้การท่องเที่ยวของประเทศจะไทยจะฟื้นตัวได้ภายใน 23 เดือน ซึ่งตัวเลขและรายได้ทางการท่องเที่ยวจะเป็นไปตามเป้าหมายเดิม ตลาดต่างประเทศ 15.5 ล้านคน 6.4 แสนล้านคน ในประเทศ 90 ล้านคน/ครั้ง รายได้ 4.8 แสนล้านบาท

“ในช่วงนี้การท่องเที่ยวของประเทศเริ่มเข้าสู่โลว์ซีซัน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาน้อยเป็นปกติ ททท.จึงเตรียมฟื้นโครงการกรีนซีซัน รุกตลาดตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย เที่ยวไทยในช่วงดังกล่าว รวมถึงการรุกตลาดเกษียณอายุอย่างจริงจัง” นายสุรพล กล่าว

สำหรับตลาดในประเทศ ททท.เตรียมใช้งบกระตุ้นท่องเที่ยวฉุกเฉินราว 100 ล้านบาท ตอกย้ำโครงการการเดินทางภายใต้โครงการเที่ยวไทยครึกครื้นเศรษฐกิจ และโครงการเมืองไทยใครๆก็รัก ให้ยิ่งใหญ่ พร้อมสร้างการรับรู้เชิงบวกให้คนไทย

นายวันเสด็จ ถาวรสุข รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า ททท.เตรียมเพิ่มพันธมิตรในกลุ่มต่าง ที่มีฐานสมาชิกจำนวนมาก เช่น บัตรเครดิต บริษัทเอไอเอส เพื่อจัดรายการนำเที่ยวให้ตรงต่อความต้องการของคนไทย เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเดินทางได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้90 ล้านคน/ครั้ง สร้างรายได้ 4.8 แสนล้านบาท

นางพรทิพย์ หิรัญเกตุ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า วันที่ 27 เม.ย.นี้ สมาชิก สทท.แต่ละตลาดจะรวบรวมผลกระทบที่ได้รับจากปัญหาการเมือง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการปรับประมาณการตัวเลขและรายได้ทางการท่องเที่ยวของประเทศในปีนี้ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นจริง เบื้องต้นนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 1.5 ล้านคน

ด้านสำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่น รายงานว่า หลังเกิดเหตุระเบิดหลายระลอกในกรุงเทพฯ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นได้ยกระดับเตือนภัยนักท่องเที่ยวจากระดับ 1 มาเป็นระดับ 2 ซึ่งระดับ 4 เป็นระดับสูงสุด ซึ่งหมายความว่า ให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ขณะที่เจทีบีซึ่งเป็นบริษัททัวร์ชั้นนำตัดสินใจยกเลิกแผนท่องเที่ยวกรุงเทพฯ จนถึงวันอังคาร กระทบนักท่องเที่ยว 158 คน ที่จองโปรแกรมทัวร์ไว้ล่วงหน้าทั้งนี้ทางบริษัทจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าจะเริ่มโปรแกรมท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ในวันพุธที่จะถึงนี้หรือไม่ โดยรายงานระบุว่า ทางบริษัทกำลังเตรียมส่งลูกทัวร์ราว 334 คนที่อยู่ในประเทศไทยเดินทางกลับบ้าน ส่วนบริษัททัวร์ขนาดใหญ่อีก 2 แห่งก็ยกเลิกโปรแกรมทัวร์ในกรุงเทพฯ สำหรับสัปดาห์นี้เช่นกัน

สำหรับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่มาเปิดสาขาย่อยในประเทศ และตั้งอยู่บริเวณย่านการค้า สี่แยกราชประสงค์ ก็เริ่มปิดทำการแล้วตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงบริษัทโตโยต้า มอเตอร นิสสัน มอเตอร์ ฮิตาชิ และแฟมิลี มาร์ท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ