
จุดเปลี่ยนน้ำดำ
เป๊ปซี่เมืองไทย เคยเป็นความภูมิใจของเป๊ปซี่อินเตอร์ เพราะเป็น 1 ใน 3 ตลาดของโลกที่เป๊ปซี่ชนะโค้ก โดยมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่าในน้ำดำมาหลายสิบปี
เป๊ปซี่เมืองไทย เคยเป็นความภูมิใจของเป๊ปซี่อินเตอร์ เพราะเป็น 1 ใน 3 ตลาดของโลกที่เป๊ปซี่ชนะโค้ก โดยมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่าในน้ำดำมาหลายสิบปี
ทว่า จุดเปลี่ยนที่ทำให้เป๊ปซี่เพลี่ยงพล้ำ กระทั่งสูญเสียแชมป์ให้กับโค้ก ตามผลสำรวจเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มโค้ก (เช่น โค้กแฟนต้า สไปรท์) มีส่วนแบ่ง 55.5% จากน้ำอัดลมรวม และในน้ำดำโค้กมีส่วนแบ่ง 50% ภายหลังจากที่เป๊ปซี่แตกหักกับเสริมสุข ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายที่เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญทำให้เป๊ปซี่ไทยชนะโค้กเพียงไม่กี่ประเทศ เนื่องจากเสริมสุขมีระบบกระจายสินค้าผ่านร้านอาหารและตู้แช่ ที่แข็งแกร่ง รวมทั้งมีกำลังผลิตโรงงานกระจายทั่วประเทศถึง 5 แห่ง
ปมแตกหักเกิดจากการที่เป๊ปซี่อินเตอร์ เข้าซื้อกิจการเสริมสุขอย่างไม่เป็นมิตร กระทั่งเสริมสุขต้องหันไปพึ่งไทยเบฟของกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ให้เข้ามาซื้อ และผลิตน้ำอัดลมยี่ห้อเอส (est) ออกมาทำตลาด
บทสรุป เป๊ปซี่สิ้นสุดสัญญาเป็นคู่ค้ากันมากว่า 50 ปีกับเสริมสุขเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2555ส่งผลให้เป๊ปซี่ต้องสร้างโรงงานผลิตใหม่ สร้างแขนขากระจายสินค้าที่สำคัญไม่มีโรงงานผลิตขวดแก้วซึ่งตลาดใหญ่ของน้ำอัดลมอยู่ที่ขวดแก้วแบบคืนขวด โดยเป๊ปซี่ทำตลาดแค่ขวดพลาสติก ทำให้ 78 เดือนที่บริษัทแม่เป๊ปซี่มาทำตลาดเองเป๊ปซี่ต้องเสียแชมป์ไป
ทำให้ตลอด9เดือน ที่ผ่านเป๊ปซี่เพลี่ยงพล้ำโค้ก ที่มีความพร้อมทั้งระบบจัดจำหน่าย กำลังการผลิต การตลาด ในขณะที่เอส เป็นแบรนด์เกิดใหม่ ทำให้ต้องเร่งสร้างแบรนด์ เพื่อสร้างการรับรู้กลุ่มเป้าหมาย แม้ว่าจะมีความแข็งแกร่งทุกด้านเทียบเท่ากับโค้กก็ตาม







