
เป๊ปซี่มั่นใจ2ปีทวงคืนแชมป์น้ำดำ
หลังผลิตเต็ม8ไลน์ ชูผนึกกลุ่มสแน็กชิงส่วนแบ่งคู่แข่ง
หลังผลิตเต็ม8ไลน์ ชูผนึกกลุ่มสแน็กชิงส่วนแบ่งคู่แข่ง
เป๊ปซี่ ลั่นทวงแชมป์น้ำดำ 12 ปี ประกาศยุทธศาสตร์พาวเวอร์ออฟวัน ผนึกเครื่องดื่มขนมขบเคี้ยวสร้างแกร่ง
นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธาน บริษัท เป๊ปซี่โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง เปิดเผยว่า หลังจากโรงงานผลิตเครื่องดื่มที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้เดินเครื่องผลิตได้ครบ 8 ไลน์ในเดือน ม.ค. 2557 จะส่งผลให้บริษัทมีความพร้อมบุกตลาดเต็มที่ เพื่อทวงแชมป์ตลาดน้ำอัดลมคืนมาโดยเร็ว คาดว่าไม่เกิน 12 ปีนับจากนี้
ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงงานเป๊ปซี่เดินเครื่องผลิตแล้ว 7 ไลน์ และเร่งเดินเครื่องอีก 1 ไลน์ผลิต ซึ่งการผลิตครบทั้ง 8 ไลน์ในต้นปีหน้า จะทำให้บริษัทมีความพร้อมบุกตลาดอย่างเต็มที่ทั้งด้านสินค้า ตัวแทนจำหน่าย การขนส่งและทีมงาน เมื่อผนวกกับความแข็งแกร่งของแบรนด์เป๊ปซี่แล้ว เชื่อว่าจะทำให้เป็นได้ตามเป้าหมายแน่นอน
ขณะเดียวกัน ยอมรับว่าเป๊ปซี่ยังมีจุดอ่อนในช่องทางร้านอาหารและร้านค้าย่อยหรือเทรดดิชันนอลเทรด จากปัจจุบันที่เป็นผู้นำ 40% ในตลาดโมเดิร์นเทรดที่มีสัดส่วน 40% ของตลาดน้ำอัดลมโดยรวมได้ภายใน 6 เดือน ดังนั้นนับจากนี้ต้องเร่งเพิ่มพันธมิตรในส่วนของร้านอาหารและร้านค้าย่อยอย่างหนัก รวมทั้งต้องย้ำแบรนด์อย่างต่อเนื่องให้ผู้บริโภครู้ว่าเป๊ปซี่ยังอยู่ในประเทศไทยและยังทำตลาดต่อไป
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ประกาศยุทธศาสตร์ พาวเวอร์ ออฟ วัน (Power of One) เพื่อผนึกความร่วมมือและประสานพลังความแข็งแกร่งของธุรกิจเครื่องดื่มและธุรกิจขนมขบเคี้ยวในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ การจัดจำหน่ายและการทำการตลาดร่วมกัน รวมถึงนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยเป็นนโยบายที่ใช้ในระดับโลกของเป๊ปซี่โคที่จะเริ่มใช้ในไทยนับจากนี้เป็นต้นไป
ขณะเดียวกัน ยังเป็นการสร้างความได้เปรียบในการรุกตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม และขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยที่มีมูลค่ารวมกันถึง 7.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นตลาดน้ำอัดลมมูลค่า 4.24.3 หมื่นล้านบาท และขนมขบเคี้ยวมูลค่า 3 หมื่นล้านบาทโดยปัจจุบันเป๊ปซี่โคเป็นผู้นำตลาดอยู่แล้ว
“ไทยยังเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของเป๊ปซี่จากการเป็นศูนย์กลางอาเซียนและการเปิดเออีซีในปี 2558 ความท้าทายของเป๊ปซี่นับจากจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้งเมื่อเดือน พ.ย.ปีก่อน คือการผลิตสินค้า ซึ่งขณะนี้ถือว่าทำได้ตามเป้า โดยก่อสร้างโรงงานเสร็จภายใน 9 เดือน ความท้าทายด้านการจัดจำหน่ายที่ทำได้แล้วเช่นกัน ที่เหลือคือการเข้าไปยังร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้าย่อย และการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง” นายสุรเกียรติ์ กล่าว
นับตั้งแต่ปี 2555 ที่ผ่านมาเป๊ปซี่ประกาศแผน 3 ปี (2555-2558) ลงทุน 1.84 หมื่นล้านบาท เริ่มจากตั้งโรงงานเครื่องดื่มแห่งแรกในประเทศไทยที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง 5,200 ล้านบาท ใช้งบการตลาด 900 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา******ขณะที่ล่าสุดบริษัทได้รับอนุมัติจากกระทรวงอุตสาหกรรมให้ล่าสุดตั้งโรงงานขนมขบเคี้ยวแห่งที่ 2 ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ 2,387 ล้านบาท คาดเริ่มผลิตเดือน ก.พ. 2557 กำลังผลิต 2.2 หมื่นตันต่อปีซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตขนมขบเคี้ยวของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 49%
พร้อมกันนี้ เป๊ปซี่โคยังได้ผนึกพันธมิตรกับเกษตรกรไทยในรูปแบบคอนแทค ฟาร์มมิ่ง ขยายพื้นที่เพาะปลูกมันฝรั่งอีก 45% ภายใน 3 ปี (2556-2558) หรือเพิ่มเป็นรวม 3.95 หมื่นไร่เพื่อตอบรับความต้องการของตลาดธุรกิจขนบขบเคี้ยวที่เพิ่มขึ้น และสอดคล้องกับนโยบายการจัดทำเขตเกษตรเศรษฐกิจ (Zoning) ของรัฐบาล จากปัจจุบันที่มีเกษตรกรทำคอนแทคฟาร์มมิ่งกับบริษัทแล้วกว่า 6,500 ราย บนพื้นที่รวม 2.7 หมื่นไร่







