
ไม่จริงใจเยียวยาน้ำมันรั่ว
กก.สิทธิฯชี้ชาวบ้านถูกมัดมือชกแฉผู้ว่าฯระยองสั่งดำเนินคดีม็อบปิดถนน
กก.สิทธิฯชี้ชาวบ้านถูกมัดมือชกแฉผู้ว่าฯระยองสั่งดำเนินคดีม็อบปิดถนน
กรรมการสิทธิฯ ลงพื้นที่ระยอง แฉภาครัฐ มัดมือชกชาวบ้าน หากรับเงินเยียวยา ห้ามใช้สิทธิฟ้องร้อง
นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีน้ำมันรั่วไหล ที่ จ.ระยอง เป็นรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังได้รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้านว่าไม่ไว้วางใจภาครัฐและบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (พีทีทีจีซี) รวมทั้งปัญหาน้ำมันรั่วที่อ่าวพร้าวยังกระทบต่อสิทธิชาวบ้านโดยตรง
นพ.นิรันดร์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่พบคือภาครัฐและจังหวัดไม่มีแนวทางการชดเชยที่ชัดเจนทั้งในระยะสั้น กลางและยาว ซึ่งแม้ว่าภาครัฐจะออกแบบสอบถามให้ชาวบ้านกรอกเพื่อรับเงินเยียวยา แต่แบบสอบถามเหล่านั้นกลับมีข้อผูกมัด อาทิ หากรับเงินเยียวยาแล้วจะตัดสิทธิฟ้องร้องในประเด็นอื่นๆ หรือหากตรวจสอบพบว่าชาวบ้านกรอกข้อมูลไม่จริง จะต้องถูกดำเนินคดี
“รัฐกำหนดชดเชยชาวบ้านวันละ 1,000 บาท ถามว่าใช้เกณฑ์อะไร เพราะรายได้จริงๆ ของเขาในแต่ละวันมันมากกว่านั้น ที่สำคัญการเยียวยาก็ไม่ครอบคลุมอาชีพอื่นนอกจากประมง” นพ.นิรันดร์ กล่าว
นพ.นิรันดร์ กล่าวว่า กรรมการสิทธิฯ มีข้อเสนอให้ชาวบ้านกับพีทีทีจีซีเจรจากัน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนกลาง แต่ทราบว่าเวทีเมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา กลับไม่ประสบความสำเร็จหลังจากนี้ กสม. จะต้องเชิญทุกฝ่ายมาชี้แจงว่าเหตุใดจึงล้มเหลว
ทั้งนี้ อีกด้านมีการเผยแพร่เอกสารผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ถึงคำสั่ง “ด่วนที่สุด” ของนายวิชิต ชาตไพสิฐ ผวจ.ระยอง ลงวันที่ 23 ส.ค. ทำถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ขอให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมปิดถนนบริเวณหน้าบริษัท พีทีทีจีซี โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ทางกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็ก กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารทะเล ได้รวมตัวกัน 700 คน ที่วัดปากน้ำ จ.ระยอง นำโดย นายจัตุรัส เอี่ยมวรนิรันดร์ นายกสมาคมประมงพื้นบ้านเรือเล็ก จ.ระยอง เพื่อเจรจาขอค่าชดเชยเยียวยากับผู้บริหารของบริษัท พีทีทีจีซี โดยเคลื่อนขบวนมาปิดถนนหน้าบริษัท พีทีทีจีซี ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงขอให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน
ด้านนายจัตุรัส เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินคดีกับกลุ่มชาวบ้านที่เดินทางไปเรียกร้องที่บริษัท พีทีทีจีซี สะท้อนให้เห็นว่าตำรวจไม่มีมูลเหตุเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับชาวบ้านซึ่งเป็นผู้เสียหาย
“มันไม่มีความยุติธรรมในสังคมไทย ที่จริงแล้วผู้ว่าฯ ควรดำเนินคดีกับผู้ที่ทำให้เกิดผลกระทบ ซึ่งก็คือบริษัท พีทีทีจีซี แต่ทีผู้เดือดร้อนได้รับผลกระทบและต้องการเรียกร้องความยุติธรรมกลับถูกสั่งให้ดำเนินคดี” นายจัตุรัส กล่าว
นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก กล่าวว่า อุปสรรคที่ทำให้การเรียกร้องค่าเสียหายยากลำบาก คือมีบุคคลลึกลับส่งเอสเอ็มเอสโทรศัพท์ข่มขู่ชาวบ้าน มีการสั่งการให้ดำเนินคดีกับชาวบ้านที่ปิดถนน และมีความพยายามเจรจากับชาวประมงเรือเล็กให้แยกตัวออกมารับเงินชดเชยค่าเสียหายต่างหาก







