posttoday
"ปู"เปิดเวทีปฏิรูปโบ้ยสภาแก้ปมการเมืองขัดแย้ง

"ปู"เปิดเวทีปฏิรูปโบ้ยสภาแก้ปมการเมืองขัดแย้ง

25 สิงหาคม 2556

"ยิ่งลักษณ์" เปิดเวทีปฏิรูป ลั่นเป็นการมองภาพรวมวางอนาคตประเทศ โยนสภาแก้ความขัดแย้งทางการเมือง

 "ยิ่งลักษณ์" เปิดเวทีปฏิรูป ลั่นเป็นการมองภาพรวมวางอนาคตประเทศ โยนสภาแก้ความขัดแย้งทางการเมือง

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระกลาโหม เป็นประธานพร้อมกล่าวเปิดเวทีปฎิรูปการเมือง "เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย พัฒนาประชาธิปไตย และประเทศร่วมกัน" ที่สันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลโดยมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมเวที เช่น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายบรรหาร ศิลปอาชา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายอุทัย พิมพ์ใจชน นายพิชัย รัตตกุล อดีตประธานรัฐสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา พล.อ.สนธิ บุญยรักลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่งคงแห่งชาติ (คมช.) หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนา นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรม นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปชเป็นต้น 

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะเป็นผู้เริ่มต้นในการจัดเวทีพูดคุย แต่เจะขอเป็นเพียงผู้ประสานงาน ในการพูดคุยเท่านั้น เวทีดังกล่าวเป็นการเชิญผู้มีประสบการณ์ ที่มีมุมมองแต่ละมิติต่างกัน ออกมาแสดงความคิดเห็น เพื่อหาทางออกร่วมกัน วางอนาคตประเทศไทยต่อไป โดยผู้ที่มาครั้งนี้ต่างเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ตุลาการนักวิชาการ เอกชน ประชาชน และสื่อมวลชน

"น่าเสียดายที่ยังไม่ครบทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)ซึ่งต้องขอเรียนว่า เวทีนี้พร้อมเปิดรับและเรียนเชิญทุกๆเมื่อ ทุกเวลาที่เหมาะสม แต่หลายคนอาจจะติดภาระกิจ ขอยืนยันรัฐบาลมีความจริงใจ อยากเห็นการเริ่มพูดคุยกันเพื่อหาทางออก และมองไปอนาคตไปข้างหน้าของประเทศร่วมกัน"น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า การหารือในครั้งนี้ หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดรัฐบาลมองแต่อนาคตข้างหน้า ทั้งนี้เป็นเพราะรัฐบาลอยากเห็นการปฎิรูปการเมืองในภาพที่เป็นมิติกว้าง ครบทุกองค์กร โดยวางกรอบยุทธศาสตร์ ถ้าคุยกันเรื่องปัจจุบัน ก็จะเป็นเรื่องรายละเอียดปัญหาที่ยังหาทางออกไม่ได้

"อาจจะสงสัยว่าทำไมไม่ถอนกฏหมายบางอย่างที่ถกเถียงในสภา ซึ่งเวทีนี้จะทำให้เห็นภาพในส่วนอื่นๆ หลายมิติมากขึ้น และในส่วนของรัฐสภา จะเป็นเวทีเป็นตัวแทนแก้ปัญหาขัดแย้งทางการเมือง แต่มิตินี้มองทางภาพรวมของสภาและของภาคประชาชน ซึ่งมีข้อมูลศึกษาต่างๆที่หลายสถาบันได้ศึกษาไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งการศึกษาข้อขัดแย้งต่างๆ ที่เชื่อว่าเราจะนำเอาข้อศึกษาต่างๆในอดีตทุกกลุ่มทุกสถาบันมาพูดคุย"น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

ทั้งนี้ในเดือนก.ย.จะมีเวทีที่เป็นข้อมูลทางวิชาการ มีการเชิญผู้นำจากต่างประเทศ อย่าง เช่น นายโทนี่ แบลล์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษมา ต้องขอเรียนว่า เวทีนี้เป็นเวทีที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง กับเวทีเรื่องของปฎิรูปการเมือง แต่เป็นเวทีเชิงวิชาการที่ให้มาเล่า แลกเปลี่ยนประสบการณ์และกลับมาคุยกันว่าปัญหาปัจจุบัน เราจะร่วมกันแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างไร ขณะเดียวกัน กลไกปัจจุบัน ก็กำลังดำเนินการแก้ปัญหา แต่ถ้าเราไม่ตั้งเป้าหมายข้างหน้าให้ชัดเจน การเดินปัญหาจะกลายเป็นมองแต่รายละเอียดเท่านั้น

สำหรับหัวข้อที่จะหารือ เป็นเวทีที่เปิดกว้าง และไม่ได้กำหนดอะไร เพราะถือเป็นเวทีของทุกคน โดยที่รัฐบาลเป็นผู้ประสานงานเพื่อจะบอกว่า เราอยากเห็นบ้านของเรา ประเทศของเราเป็นอย่างไร

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เนื้อหาอาจจะตั้งไว้ว่าทำอย่างไรให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีความมั่นคงแข็งแรง ทำอย่างไร ให้คนไทยมีความสุขอยู่ดีกินดี ซึ่งต้องมีการวางระบบสามเสาหลัก คือ เสาหลักทางด้านอำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ ให้มีการคนถ่วงดุล และตรวจสอบซึ่งกันและกัน นั่นคือเราจะเดินไปหาคำว่าประชาธิปไตยที่โปร่งใส เป็นการตรวจสอบ และเป็นกลไกที่เป็นมาตรฐานสากล ที่นานาประเทศยอมรับ จึงอยากเห็นกติกาที่จะมาพูดคุยกัน และมองระบบนี้ว่าจะให้เกิดการตรวจสอบอย่างไร เพื่อให้เกิดความมั่นคง และเกิดความสมดุลในแต่ละเสาหลัก โดยต้องดูตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกตรวจสอบประเมินผลให้มีความเป็นกลางเป็นที่ยอมรับ ซึ่งหลักประชาธิปไตย ต้องให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิธิเสรีภาพอย่าเท่าเทียมกัน
      
      
ด้านนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวว่า เชื่อว่าทุกคนมีความปราถนาดีต่อบ้านเมือง และคงไม่มีใครคัดค้านเวทีนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่จะมาพูดคุยหาทางออกร่วมกัน ตอนนี้ไม่มีเวลามาทะเลาะกันอีกแล้ว แต่ก็ยังทะเลาะกันอยู่ แม้แต่ในสภา ที่บอกว่าเป็นสถานที่อันทรงเกียรติ ก็มีหลายอย่างเกิดขึ้น ที่ทำให้ไม่สบายใจ ซึ่งเกิดจากปัญหาความไม่เข้าใจ หรือแกล้งไม่เข้าใจ ซึ่งก็ต้องมาแก้ปัญหา ไม่เช่นนั้นก็คงจะแก้ปัญหาประเทศไม่ได้  เราต้องเดินหน้าแล้ว เราไม่มีเวลาอีกแล้ว

นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และอดีตนายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นว่า บ้านเรามีปัญหาหลายอย่าง หากได้พูดคุยกันก็เชื่อว่าจะหาข้อยุติได้ เขาไม่อยากเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย เคยคิดว่าหากสุขภาพแข็งแรงดี จะเดินไปพูดคุยกับหลายฝ่ายเพื่อหาข้อยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ซึ่งก็บังเอิญมาตรงกับสิ่งที่นายกฯ คิดตั้งเวทีปรองดองฯขึ้น จึงถือเป็นสิ่งที่ดี โดยนายกฯ ได้บอกว่าจะเปิดเวทีนี้ไว้ก่อน ส่วนคนที่ยังไม่มาร่วมก็ค่อยเชิญมาอีกทีหากเปลี่ยนใจภายหลัง ประเด็นที่จะพูดคุยในเวทีนี้มีจำนวนมาก ซึ่งเราก็ต้องหาข้อยุติให้ได้ เราต้องมาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะหาข้อยุติให้ได้ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะถอยกันคนละก้าว บ้านเมืองจะได้เดินไปได้ ก่อนหน้านี้ได้พบบุคคล คนหนึ่ง เขาบอกกับว่าถ้าจะทำให้ปัญหาบ้านเมืองจบ และเดินหน้าไปได้ ก็ต้องเอาตัวตน ออกจากตนเอง
      
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯกล่าวว่า เวทีสภาปฏิรูปการเมืองจะเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนได้แสดงความคิดเห็นในการแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยการเปิดเวทีนัดแรก วันนี้ ถือว่าได้รับการตอบรับเดินทางเข้าร่วมหารือตามเป้าที่วางไว้ กว่า 60 คน ในการแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็นแนวทางออกประเทศไทยในอนาคต ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดสรุปเป็นรายละเอียดอีกครั้ง
     
        
ด้านนายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยเสียโอกาสในการเติบโตและการพัฒนาไปมาแล้ว ถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องหันหน้าเข้าร่วมหาทางแก้ไข เชื่อว่าจะลุล่วงไปได้ดีในการมีแนวทางออกของปัญหา และการเมืองเดินหน้าต่อไปได้

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก