
ดีเอสไอประณามคนเลวสังหารสีลมเตือนโทษประหารชีวิต
ดีเอสไอประณามคนเลวสังหารสีลม เตือนโทษประหารชีวิต ขอให้ออกจากพื้นที่ เผย"เมธี"ให้ปากคำ ยึดอาวุธถล่มเหตุการณ์ 10 เม.ย.พร้อมวางแผนก่อการร้ายอีกระลอกลั่นไม่ชนะพร้อมตาย
ดีเอสไอประณามคนเลวสังหารสีลม เตือนโทษประหารชีวิต ขอให้ออกจากพื้นที่ เผย"เมธี"ให้ปากคำ ยึดอาวุธถล่มเหตุการณ์ 10 เม.ย.พร้อมวางแผนก่อการร้ายอีกระลอกลั่นไม่ชนะพร้อมตาย
11.30 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ ขอชี้แจงความจริงบางประการ กรรมการมีมติให้การกระทำความผิด เกี่ยวข้อง 4 กรณีเป็นคดีพิเศษ คือการกระทำก่อการร้าย การขู่บังคับรัฐบาล การกระทำประทุษร้ายประชาชน การกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ราชการ ทั้งหมดโอนมาอยู่ในความรับผิดชอบคดีพิเศษ
จากการวางระเบิด 45 ครั้งและต่อเนื่องถึงการวางระเบิดเเสาไฟฟ้า การยิงจรวดอาร์พีจีใส่คลังเก็บน้ำมันและเมื่อคืนเหตุการณ์ใช้ระเบิดทำลายสถานที่พื้นที่สีลม ประชาชนได้รับอันตรายจำนวนมาก เหตุการณ์ต่อเนื่องเข้าลักษณะความผิดก่อการร้าย ในนามกรมสอบสวนคดีพิเศษร่วมบูรณาการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ ขอประณามการทำงาน ผู้อยู่เบื้องหลังเกี่ยวข้องครั้งนี้ ขอเตือนว่าโทษครั้งนี้ประหารชีวิต ขอให้ยุติการกระทำต่อผู้บริสุทธิ์และชอเตื่อนผู้ไม่เกี่ยบวข้องควรหลีกเลี่ยงจากพื้นที่ โดยเฉพพาะพื้นที่การชุมนุมซึ่งเป็นพื้นที่ผิดกฎหมาย
นายธาริต กล่าวว่า เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม 1ใน 24 คือนายเมธี อมรวุฒิกุล ความผิดนายเมธีเกี่ยวข้องความผิดหลายเรื่อง และใช้อาวุธยุทธภัณฑ์ราชการ กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงต้องเข้ามาสอบสวน ตนได้สอบปากคำด้วยตนเอง นายเมธียอมรับเกี่ยวข้องเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.โดยร่วมเป็นแนวหน้าเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งนี้ และปะทะเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐขอคืนพืนที่หน้าสตรีวิทย์ ผลการปะทะ กลุ่มนายเมธี ยึดอาวูธยุทธภัณฑ์จำนวนหนึ่ง และนายเมธีเอาอาวุปืนกลมือไปด้วย และแจกจ่ายให้บุคคลอื่นหลายคน ตัวเองก็ได้เก็บไว้ด้วย ต่อมาปฏิเสธให้คนอื่นไปหมด แต่ความจริงตรวจค้นรถยจต์นายเมธีพบอาวุธปืนกลมือ เป็นส่วนสำคัญว่า ได้ยึดไปจากเจ้าหน้าที่ทหาร เอาไปใช้ต่อสู้
"อีกส่วนยอมรับข้อเท็จจริง ที่มีการปะทะในที่เกิดเหตุ ได้ใช้อาวุธร้ายแรงจากฝ่ายนายเมธี ในการยิงเข้าใส่กลุ่มทหารขอคืนพื้นที่อีกด้วย ได้ยอมรับข้อเท็จจริงเมื่อย้ายชุมนุมไปสี่แยกราชประสงค์เพื่อวางแนวทางกันทุกวัน ณ สถานที่ที่ไม่ขอเปิดเผย ทั้งหมดเป็นการให้ปากคำกับตัวกระผม เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ดีเอสไอจะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไปโดยเน้นให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย" นายธาริต กล่าว
จากนั้น นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยว่า การควบคุมตัวนายเมธี อมรวุฒิกุล ดาราเสื้อแดง เป็นไปตามกฎหมายพระราชกำหนด มีเวลาครั้งละ 7 วันขอศาลสูงสุดได้ไม่เกิน 30 วันหลังจากนั้นจะเป็นกาควบคุมต่อในความผิดฐานอื่น ที่ชัดเจนเป็นความผิดต่อการกระทำต่ออาวุธร้ายแรงของทางราชการและอาจมีข้อหา อื่นตามมาอีกด้วย ส่วนความผิดฐานก่อการร้ายขณะนี้เรากำลังพิจารณา ยังไม่ได้ตั้งในความผิดฐานก่อการร้าย แต่ขั้นการตระเตรียมการนี้อาจจะถือว่าเข้าข่ายได้ เพราะมีอาวุธร้ายแรงทางราชการสงคราม ไม่ใช่เป็นการเก็บรักษาไว้เพื่อไม่ให้ใครมาทำร้าย แต่ก็บรักษาไว้เพื่อจะใช้ต่อสู้
“ นายเมธี ถือเป็นส่วนของแนวหน้า อยู่ในเหตุการณ์และเห็นในเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างคนเสื้อแดงกับเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติการเข้าทวงพื้นที่ในวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นชายชุดดำ นอกจากนี้นายเมธี ยังระบุว่าเขาได้ยินคนที่สั่งยิงมาจากฝ่ายเสื้อแดง ซึ่ง ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ เขาเปิดเผยตัวด้วย แต่ตอนนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นใคร ส่วนจะเกี่ยวโยงกับมือยิงเอ็ม 79 ที่สีลม ศาลาแดงหรือไม่นั้น กำลังตรวจสอบอยู่ ผู้กระทำความผิดจะเชื่อมโยงหรือไม่ยังไม่ชัดเจน แต่พฤติการณ์มันเชื่อมโยงกันหมดในหลายแห่งที่เกิดขึ้น” นายธาริต กล่าว
เมื่อถาม ว่า นายเมธีมีการระบุหรือไม่ว่า ระดับแกนนำคนเสื้อแดงรู้เห็นเป็นใจในการกระทำหรือไม่ นาย ธาริต กล่าวว่า เขาระบุชื่อคน แต่จะเกี่ยวข้องคนอื่นหรือไม่ต้องสอบสวนกันต่อไป ทั้งนี้คงต้องเชิญบุคคลอีกจำนวนมากมาสอบ เพราะเหตุการณ์เชื่อมโยงและเกี่ยวข้องกันเยอะมากทีเดียว สำหรับชุดดำนายเมธีไม่ได้บอกว่ามีจำนวนเท่าไร แต่บอกว่ามีจำนวนพอสมควร
เมื่อถาม ว่านายเมธีบอกหรือไม่คนเสื้อแดงมีการเตรียมการก่อเหตุถึงขั้นไหนอย่างไร นายธาริต กล่าวว่า เขาบอกว่าถ้าทำไปรัฐบาลไม่ยอมตามที่ทางกลุ่มนปช.เรียกร้องก็จะต่อสู้กันและ จะสู้กันถึงที่สุด ตัวเขาเองก็ยอมตาย ซึ่งที่ผ่านมานายเมธีบอกว่ามีการนัดหมายวางแผนกันทุกวันและตัวเขาก็อยู่ด้วย ในการวางแผนนั้น ส่วนพื้นที่ในการวางแผนนั้นเราเข้าไปตรวจสอบพื้นที่แล้ว เป็นพื้นที่เอกชน ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่ชุมนุม เป็นสถานที่เอกชน แต่เป็นที่ที่ประชาชนเข้าออกได้ ซึ่งการจะเอาผิดเจ้าของพื้นที่นั้นต้องดูที่การรับรู้ เพราะถือเป็นพื้นที่สาธารณสถานใครก็เข้าไปได้ ถือว่าเจ้าของรู้เห็นเป็นใจคงไม่ได้
“อยู่ใกล้บริเวณที่ชุมนุม เราพบภาพทางซีซีทีวี ขอย้ำว่าพื้นที่แห่งนั้นเป็นพื้นที่ที่ใครก็เข้าไปได้ เราจะถือว่าเจ้าของรู้เห็นคงไม่ใช่ เช่น ศูนย์การค้า โรงยิม โรงแรม แบบนี้พวกเราก็เข้าไปได้ จะไปบอกเจ้าของรู้เห็นเป็นใจคงไม่ใช่” นายธาริต กล่าวและว่า ส่วนอาวุธ ที่นายเมธีนำไปจากทหารทั้งหมด เป็นเรื่องที่จะต้องทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ขณะนี้ทั้งดีเอสไอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทุกหน่วยได้ร่วมมือกันอย่างเต็มที่อยู่แล้ว อาวุธที่นำไปมีทั้งอาวุธปืนและลูกระเบิดที่ใช้ยิง เขาไม่ได้บอกว่าผู้เอาไปเป็นใคร แต่บอกว่าเป็นหน่วยสนับสนุน ไม่ใช่แกนนำ โทษนายเมธีตอนนี้ถึงขั้นประหารชีวิต เพราะเป็นอาวุธสงครามร้ายแรง







