posttoday
เตรียมปล่อยสัตว์น้ำ11ล้านตัวฟื้นทะเลระยอง

เตรียมปล่อยสัตว์น้ำ11ล้านตัวฟื้นทะเลระยอง

13 สิงหาคม 2556

เกษตรฯเตรียมปล่อยสัตว์น้ำ 11.35 ล้านตัว ฟื้นทะเลระยองหลังเผชิญคราบน้ำมัน พลังงานเผยทะเล-ชายหาดกลับสู่ภาวะปกติแล้ว

เกษตรฯเตรียมปล่อยสัตว์น้ำ 11.35 ล้านตัว ฟื้นทะเลระยองหลังเผชิญคราบน้ำมัน พลังงานเผยทะเล-ชายหาดกลับสู่ภาวะปกติแล้ว

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ส.ค.  นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำรายงานผลการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลบริเวณชายฝั่งจ.ระยอง ให้ที่ประชุมครม.รับทราบ

รายงาน  ระบุว่า  กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานในระยะต่อไปดังนี้   เพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ ภายหลังเมื่อเหตุการณ์การณ์ดังกล่าวเข้าสู่สภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว กระทรวงเกษตรฯ  มีแผนปล่อยสัตว์น้ำในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ภายในปีงบประมาณ 2556 ดังนี้ คือ ปล่อยกุ้งแชบ๊วย จำนวน 5 ล้านตัว กุ้งกุลาดำ 5 ล้านตัว  ปูม้า 1 ล้านตัว  ปลากะพงขาว จำนวน 2 แสนตัว  หอยหวาน จำนวน 3 แสนตัว และหมึก 5 หมื่นตัว รวมจำนวน 11.35 ล้านตัว  โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. 56 เป็นต้นไป

พร้อมกันนี้กระทรวงเกษตรฯ จัดทำแผนเฝ้าระวังหลังเหตุการณ์คลี่คลาย โดยจะสุ่มตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์คุณภาพน้ำและสัตว์น้ำ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 1 เดือน และเก็บตัวอย่างเดือนละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 1 ปีร  หลังจากนั้นจะดูแนวโน้มตามผลการศึกษาแล้วจะดำเนินการวางแผนการติดตามระยะยาวอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะการตรวจติดตามปริมาณสารปิโตรเลียม ไฮโครคาร์บอน ที่อาจจะมีการถ่ายทอดมาตามห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติ รวมทั้งมีทีมงานศึกษาและดูแลชาวประมงด้านสังคมและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้

นอกจากนี้ นายพงษ์ศักดิ์ รักตะพงษ์ไพศาล รมว.พลังงาน ได้จัดทำรายงานแก้ไขปัญหารรั่วไหลของน้ำมันดิบลงทะเลอ่าวมาบตาพุดและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ให้ที่ประชุมครม.รับทราบ โดยระบุว่า ขณะนี้สภาพทะเลและชายหาดเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ โดยยังเหลือคราบน้ำมันบริเวณซอกหินเท่านั้น   PTTGC  ยังดำเนินการทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง  โดยมีการใช้น้ำแรงดันสูง ซึ่งสามารรถขจัดน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการพลิกทรายเพื่อให้น้ำมันขนาดเล็กทำปฏิกิริยากับแสงแดด และสลายได้เอง  ตามธรรมชาติ คาดว่าจะสามารถจัดการแล้วเสร็จภายในสัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคมนี้

ในส่วนคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้รายงานครม.ว่า  PTTGC ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการฯ อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ คาดว่าจะสามารถรายงานผลให้กระทรวงพลังงานทราบได้ภายในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนส.ค.นี้

การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ  มีการตั้งคณะกรรมทำงานโดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานคณะทำงาน ขณะนี้มีผู้ร้องเรียนประมาณ 1,250 ราย แบ่งกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ  กลุ่มอาชีพประมง  มีผู้ร้องเรียนประมาณ 400 กว่าราย มีผู้ผ่านหลักเกณฑ์ การพิจารณาผ่านตรวจสอบเอกสาร และได้รับอนตุมัติจากจังหวัด 117 ราย โดยมีการจ่ายเงินชดเชยในวันที่ 10 ส.ค.2556 จ่ายค่าชดเชยรายละ30,000 ยาท (อัตราค่าชดเชย 1,000 บาทต่อวัน คูณ จำนวน 30 วัน )  

กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม และร้านอาหาร  มีผู้ร้องเรียนจำนวนประมาณ 600 กว่าราย อยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียด   กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพ  มีผู้ร้องเรียนจำนวน 1 ราย อยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียด   กลุ่มอื่นๆ ประกอบด้วย อาชีพรับจ้าง ค้าขาย และให้บริการ เช่น รถ เรือ เช่า ก่อสร้าง นวดแผนไทย เป็นต้น อยู่ระหว่าการเจรจารายละเอียด

PTTGCได้ร่วมกับจังหวัดระยองจัดทำแผนบูรณาการฟื้นฟู โดยได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญระบบนิเวศน์สิ่งแวดล้อมทางทะเลจากประเทศออสเตรเลีย เข้าร่วมประกอบด้วย ผนระยะสั้น 1 ปี และแผนระยะยาว ซึ่งจะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อผลกระทบ

ผลการตรวจสอบสภาพแวดล้อมทางทะเลในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สรุปได้ดังนี้  กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรฯ  ผลการสำรวจเบื้องต้น  ในพื้นที่รอบเกาะเสม็ด  ไม่พบคราบน้ำมันบนพื้นทะเล และไม่พบการตายของสัตว์ในแนวปะการัง 

กรมควบคุมมลพิษ ผลการตรวจสอบพบว่า การใช้สารเคมีเพื่อขจัดคราบน้ำมัน เป็นไปตามกฎระเบียบของกรมควบคุมมลพิษ และสารเคมีกำจัดคราบน้ำมันที่ใช้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์น้อย เมื่อเปรียบเทียบกับสารเคมีขององค์กรน้ำมันชั้นนำทั่วโลก

สำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล กรมประมง  ผลการตรวจสอบพบว่า การตรวจวัดและวิเคราะห์ค่าความเค็ม  อุณหภูมิ ค่าความเป็นกรด-ด่าง ออกซิเจนละลายน้ำ ค่า BOD ปริมาณสารแขวนลอย ปริมาณสารอาหารและโลหะหนักในน้ำ มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ผลการตรวจสอบพบว่า สารประกอบน้ำยาสลายคราบน้ำมัน  ประกอบด้วย Kerosene  บวก Surfactant  สามารถย่อยได้ตามธรรมชาติ ได้แก่ ปฏิกิริยาโฟโตออกซิเดชั่น และสามารถย่อยสลายทางชีวภาพจนหมดไปได้

ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์  ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผลการตรวจสอบพบว่า ไม่พบความผิดปกติของปะการัง และสัตว์ทางทะเลในบริเวณรอบเกาะ เว้นแต่บริเวณอ่าวพร้าว แสดงว่าไม่มีการขยายผลกระทบออกสู่ทะเลบริเวณอื่นนอกจากอ่าวพร้าว    

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ