posttoday
แบงก์มั่นใจคุมหนี้อยู่หมัด

แบงก์มั่นใจคุมหนี้อยู่หมัด

10 สิงหาคม 2556

หาสารพัดมาตรการสกัดเอ็นพีแอล หดสินเชื่อขึ้นเงินดาวน์เพิ่มสำรอง

หาสารพัดมาตรการสกัดเอ็นพีแอล หดสินเชื่อขึ้นเงินดาวน์เพิ่มสำรอง

แบงก์มั่นใจคุมหนี้เสียที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวได้ เพราะคุมเข้มสินเชื่อตั้งสำรองหนี้สูง

แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เตือนธนาคารพาณิชย์เป็นระยะ ในเรื่องการปล่อยกู้สินเชื่อเพื่อการบริโภค ที่ ธปท.เห็นสัญญาณการค้างชำระหนี้เพิ่มขึ้นตั้งแต่กลางไตรมาส 2 โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์และสินเชื่อบ้านตั้งแต่หลังที่สองขึ้นไป ทำให้ธนาคารพาณิชย์เกือบทุกแห่งทยอยปรับตัว

ทั้งนี้ ธนาคารทุกแห่งเริ่มกำหนดเงื่อนไขการให้กู้สินเชื่อบ้านที่เข้มงวดขึ้น อาทิ เพิ่มเงินดาวน์ ดูสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ หากมีหนี้เกิน 40% ต่อรายได้ ก็ปฏิเสธการปล่อยกู้ เพราะจะมีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้

นอกจากนี้ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ก็ปรับตัวเช่นกัน โดยธนาคารที่ให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มาก อย่างธนาคารเกียรตินาคิน ธนาคารทิสโก้ ก็ชะลอการให้กู้เช่าซื้อรถยนต์ เพราะประสบกับปัญหาหนี้เสีย ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากโครงการรถยนต์คันแรก โดยลูกค้าของธนาคารเกียรตินาคินที่ซื้อรถก่อนโครงการรถยนต์คันแรกทิ้งรถ ส่วนธนาคารทิสโก้ประสบปัญหาราคารถยนต์มือสองลดลงอย่างมาก รถยนต์ที่ยึดจากลูกค้าที่ขาดส่งมีมูลค่าตก ทำให้ต้องตั้งสำรองหนี้มากขึ้นเพื่อรองรับปัญหา

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า อัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยในตอนนี้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 35% ของลูกค้าที่ยื่นขอสินเชื่อ จากปกติอยู่ที่ 20-30% โดยเหตุผลหลักพบว่าลูกค้ามีรายได้ไม่เพียงพอที่จะรองรับภาระสินเชื่อที่จะเกิดขึ้นใหม่ เนื่องจากเดิมมีภาระหนี้สูงอยู่แล้ว โดยเฉพาะค่างวดผ่อนรถ และยังมีบางส่วนที่เป็นหนี้เสียด้วย

เช่นเดียวกับธนาคารทหารไทยที่ปัจจุบันพบปัญหาคล้ายกันว่า มีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อกว่า 60-70% เนื่องจากพบว่าส่วนใหญ่มีภาระหนี้ที่สูงอยู่แล้ว

นายวรพล วิรุฬห์ศรี นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ยังเชื่อว่าภาพรวมผลกำไรของกลุ่มธนาคารในปีนี้จะยังเติบโตได้ราว 20%

“ช่วงครึ่งปีหลังการตั้งสำรองพิเศษน่าจะหายไป เพราะธนาคารส่วนใหญ่ได้ตั้งสำรองตามที่ ธปท.ขอความร่วมมือไปแล้ว บางแห่งตั้งไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้วและที่เหลือก็ตั้งในช่วงไตรมาส 2 จากนี้ธนาคารคงจะกลับมาตั้งสำรองกันตามปกติ ผลต่อกำไรจึงมีไม่มาก” นายวรพล กล่าว

ทั้งนี้ ธปท.ได้รายงานภาพรวมของหนี้ที่ยังไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมี 2.63 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 7,900 ล้านบาท เป็นหนี้เสียของสินเชื่อบ้านและรถยนต์มากที่สุด ทำให้ต้องตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้นเป็น 162.5% ส่งผลให้กำไรสุทธิของธนาคารในไตรมาส 2 ลดลง 12.5%

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ