posttoday
ตอผุด

ตอผุด

10 สิงหาคม 2556

และแล้วความกังวลนโยบายที่หวังผลทางการเมืองมากกว่าเหตุผลทางเศรษฐกิจ บิดเบือนกลไกอย่างโครงการรถคันแรกก็ส่งผลกระทบข้างเคียงออกมาชัดมากขึ้นเรื่อยๆ

และแล้วความกังวลนโยบายที่หวังผลทางการเมืองมากกว่าเหตุผลทางเศรษฐกิจ บิดเบือนกลไกอย่างโครงการรถคันแรกก็ส่งผลกระทบข้างเคียงออกมาชัดมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อล่าสุด ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ แจ้งว่าสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาเติบโต 13% แต่การขยายตัวของสินเชื่อไตรมาส 2 เติบโตเหลือ 12.8% ลดลงจากไตรมาสแรกที่เติบโตถึง 13.2% เป็นผลมาจากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์มากขึ้น และแนวโน้มในครึ่งปีหลังนี้สินเชื่อน่าจะชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยธนาคารตรวจสอบวิเคราะห์สินเชื่อ 2 ตัวเป็นพิเศษ คือสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยกับสินเชื่อรถยนต์ เพราะเริ่มค้างชำระหนี้เพิ่มขึ้น

ผลของหนี้ค้างชำระที่มากขึ้นดังกล่าว ทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล เพิ่มมากขึ้น โดยแบงก์ชาติรายงานว่าเอ็นพีแอลของสินเชื่ออุปโภคบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้น จาก 2% เป็น 2.1% ในจำนวนนี้เป็นสินเชื่อรถยนต์เป็นเอ็นพีแอล มีส่วนเป็นตัวเร่งมากที่สุด จากเอ็นพีแอลรถไตรมาสแรกเพิ่ม 1.5% พอไตรมาส 2 เอ็นพีแอลรถเพิ่มถึง 1.7%

หนี้เสียที่เพิ่มขึ้นจากรถยนต์ดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากโครงการรถคันแรกของรัฐบาล ที่จะคืนภาษีให้กับผู้ใช้สิทธิซื้อในโครงการรถคันแรกคันละ 1 แสนบาท เมื่อผู้ซื้อทำตามเงื่อนไข

การคืนภาษีให้ 1 แสนบาท นับเป็นตัวเร่งการตัดสินใจผู้ซื้อรถยนต์ที่ไม่มีความพร้อม ให้ต้องรีบตัดสินใจซื้อภายในปี 2555 นอกจากนี้จากการที่รัฐบาลผ่อนคลายเงื่อนไขจากที่ซื้อและส่งมอบรถในปีนั้น เป็นแค่จองซื้อแล้วมารับรถหลังจากนั้นได้ ทำให้โครงการรถคันแรกได้คืน 1 แสนบาทมีผู้ใช้สิทธิมากกว่าที่รัฐบาลตั้งงบชดเชยภาษีโครงการดังกล่าวพุ่งถึงกว่าเท่าตัว หรือมีรถเข้าใช้สิทธิโครงการดังกล่าวถึงกว่า 1.2 ล้านคัน

ผลเสียของความไม่พร้อมของผู้ซื้อรถดังกล่าว ทำให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ โดยในส่วนของตัวผู้ซื้อเอง เมื่อต้องแบกภาระผ่อนรถยนต์ ค่าเติมน้ำมันรถ ค่าประกัน ค่าภาษีรถและอื่นๆ ทำให้อำนาจในการบริโภคสินค้าอื่นต้องประหยัดลง กระทบการผลิตสินค้าอื่นหดลงทั้งหมด ขณะในส่วนบริษัทรถยนต์จากที่ต้องเร่งผลิตรถยนต์เพิ่มให้ทันส่งมอบ เมื่อยอดจองซื้อเพิ่มพรวดเดียวกว่า 1 ล้านคัน ทำให้การสต๊อกวัตถุดิบ ชิ้นส่วนต่างๆ เพิ่มมากขึ้น มีการขยายเวลาทำการผลิต แต่เมื่อผู้จองซื้อบางส่วนไม่พร้อมจริงๆ และยอมทิ้งใบจองเป็นหลักแสนคัน ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องแบกสต๊อกรถยนต์ที่ผลิตเสร็จแล้ว หรือชิ้นส่วนที่ซื้อไปแล้ว ผลเสียดังกล่าวจะเห็นได้จากการที่ค่ายรถยนต์แต่ละแห่งต้องนำสต๊อกที่แบกไว้ดังกล่าวมาจัดโปรโมชันอย่างดุเดือด เพื่อระบายทิ้ง ดีกว่าต้องแบกไว้เป็นภาระดอกเบี้ยคันละหลายสตางค์

ลูกโซ่ผลกระทบที่โดนไปแล้วในส่วนของผู้ซื้อ ผู้ผลิต และล่าสุดคือสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้หนี้เสียจากปล่อยกู้รถเริ่มเร่งตัวมากขึ้น สิ่งนี้กำลังจะกระเทือนไปถึงรัฐบาล จึงอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นลม ก่อนที่ปัญหาทั้งห่วงโซ่จะสะสมมากขึ้นจนเป็นวิกฤต เมื่อถึงตอนนั้นความเสียหายกับส่วนรวมจะมากและหนักกว่านี้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ