
ราคาหมูพุ่งเหยียบ145บาท
ผู้ประกอบการเชื่อไม่ปรับสูงกว่านี้แล้วธปท.ชี้เงินเฟ้อต่ำกระทุ้งลงทุนหนุนจีดีพี
ผู้ประกอบการเชื่อไม่ปรับสูงกว่านี้แล้วธปท.ชี้เงินเฟ้อต่ำกระทุ้งลงทุนหนุนจีดีพี
ราคาขายปลีกหมูเนื้อแดงแตะ 145 บาท เย้ยพาณิชย์คุมไม่อยู่ ด้าน ธปท.คาดเงินเฟ้อปีนี้อาจต่ำกว่าเป้าหมาย
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า จากการสำรวจราคาสินค้าเกษตรในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่าราคาหมูเนื้อแดงตัดแต่ง (ไหล่สะโพก) ปรับขึ้นมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 140-145 บาท สูงกว่าราคาแนะนำของกรมการค้าภายในที่ห้ามขายเกิน 140 บาท
นายกิดดิวงศ์ สมบุญธรรม ที่ปรึกษาผู้ประกอบการเลี้ยงสุกรอาเซียน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ และกรมการค้าภายใน ได้เรียกผู้ประกอบการหมูทั้งระบบ ทั้งผู้เลี้ยง ห้างค้าปลีก (โมเดิร์นเทรด) ตลาดสด มาหารือเพื่อขอความร่วมมือสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติให้จัดส่งหมูมาขายในพื้นที่โมเดิร์นเทรดในราคาไม่เกิน กก.ละ 130 บาท เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน ซึ่งสมาคมกำลังหาข้อสรุปที่จะจัดส่งเนื้อหมูไปจำหน่ายตามพื้นที่ดังกล่าว
ทั้งนี้ ราคาหมูหน้าฟาร์มได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ กก.ละ 70-72 บาท เป็นผลจากปริมาณหมูที่น้อยลง ขณะที่การบริโภคเพิ่มขึ้นจากทั้งเข้าสู่ช่วงเทศกาลสารทจีน และปริมาณไก่เข้าสู่ตลาดน้อยลง อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาหมูจะไม่ปรับเพิ่มไปกว่านี้
ด้านนายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงภาวะเงินเฟ้อว่า กระทรวงพาณิชย์ประกาศภาวะเงินเฟ้อเดือน ก.ค. ที่ระดับ 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ต่ำสุดในรอบ 44 เดือน และต่ำกว่าคาดการณ์ของ ธปท. และมีโอกาสที่เงินเฟ้อพื้นฐานจะต่ำกว่ากรอบล่างของเป้าหมายปีนี้ทั้งปีที่ ธปท.คาดไว้ 0.53% แต่ไม่น่าจะมีโอกาสเกิดมากนัก
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ประกาศเงินเฟ้อเดือนก.ค.ปีนี้ว่าเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 7 เดือนอยู่ที่ 2.6% โดยภาวะเงินเฟ้อต่ำต่อเนื่องทำให้กระทรวงพาณิชย์อาจจะพิจารณาปรับเป้าหมายเงินเฟ้อในปัจจุบันที่ 2.8-3.2%
ขณะเดียวกัน นายศิริ การเจริญดี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อต้นปี แต่ยังสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งเงินเฟ้อต่ำเป็นสัญญาณการอ่อนตัวลงของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ซึ่งที่ผ่านมา ธปท.ได้พยายามดำเนินนโยบายการเงินประคองมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี ฝั่งนโยบายการคลังควรช่วยประคองการลงทุนให้เกิดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อพยุงให้เศรษฐกิจยังสามารถขยายตัวได้ต่อไป หลังจากที่ผ่านมาโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งภาวะนี้อาจทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวน้อยลง







