
สดศรีหนุนนายกฯตั้งกก.ปฏิรูปการเมือง
"สดศรี" หนุนนายกตั้งกก.ปฏิรูปการเมือง ระบุทุกฝ่ายควรหันหน้าคุยกันลดความรุนแรง โยนศาลรธน.สอบพรรคการเมืองเคลื่อนไหวนอกสภา
"สดศรี" หนุนนายกตั้งกก.ปฏิรูปการเมือง ระบุทุกฝ่ายควรหันหน้าคุยกันลดความรุนแรง โยนศาลรธน.สอบพรรคการเมืองเคลื่อนไหวนอกสภา
นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดที่จะเสนอตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย เพื่อเป็นการหาทางออกให้กับประเทศ ว่า กกต.เป็นองค์กรอิสระ ที่มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งและดูแลพรรคการเมือง มองว่า นายกรัฐมนตรี คงจะเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมือง การที่เสนอตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมา น่าจะเป็นเรื่องที่ดี
ทั้งนี้ ทุกฝ่ายน่าจะหันหน้ามาคุยกัน สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและทำให้สถานการณ์การเมืองลดความร้อนแรงลง ควรจะคุยกันได้ เชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศปรารถนาที่จะให้บ้านเมืองสงบ คงไม่มีใครอยากให้เกิดสงครามกลางเมือง ตอนนี้ก็มีอดีตนักการเมืองและนักวิชาการอยู่หลายคน เคยพูดไว้ว่า น่าจะมีวิธีที่ประนีประนอมกันได้ในกรณีนี้มีผู้ถูกขังอยู่ ที่ไม่ได้รับการประกันตัว ก็ต้องขอบารมีศาลอนุญาตให้ประกันตัวได้หรือไม่ เพื่อลดความรุนแรงลงไป ซึ่งศาลถือเป็นองค์กรหนึ่งที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน และทำให้ลดความรุนแรงของบ้านเมืองได้
นางสดศรี กล่าวอีกว่า การตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นมา เพื่อลดความรุนแรง ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะการแตกหักทางการเมืองมีโอกาส เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ถ้าฝ่ายหนึ่งไม่ยอม และอีกฝ่ายจะเดินหน้าต่อไป หากจะลดความรุนแรง ควรที่จะหยุดเดินหน้า แล้วมาใช้วิธีการเจรจากัน เพราะหลายประเทศ จะใช้วิธีเจรจากันก่อนที่จะใช้วิธีประทะกัน ดังนั้นการพูดคุย หรือการตั้งคณะกรรมการฯ ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ดีที่จะดำเนินการต่อไป
อย่างไรก็ตาม ต้องถามใจของแต่ละฝ่ายก่อนว่า ต้องการอะไร ก็ให้ทำเพื่อบ้านเมืองสงบ ก็น่าจะพิจารณากันได้ และคงไม่นำไปสู่ประเด็นที่ให้มีการถอนร่างกฎหมายต่างๆ ออกจากสภา ที่คณะกรรมการฯ จะเป็นผู้พิจารณากันอีกที หวังว่าทุกฝ่ายจะมีการเจรจากัน และมีเหตุที่จะไม่เกิดความรุนแรงขึ้นในประเทศไทย ขอให้ทุกคนคำนึงถึงอนาคตและผลประโยชน์ของประเทศให้มีการเดินไปข้างหน้า
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะมีการยื่นกกต. เพื่อให้ตรวจสอบพรรคการเมืองที่เคลื่อนไหวนอกสภาที่อาจจะขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง นางสดศรี กล่าวว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญมากกว่า เพราะอำนาจหน้าที่ของ กกต. จะอยู่ในช่วงเฉพาะการเลือกตั้ง คงต้องใช้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณา
ส่วนเรื่องที่พรรคการเมืองมีการปลุกระดมนอกสภานั้น ต้องมองว่า การทำงานของพรรคการเมืองนั้นทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบประชาธิปไตยหรือไม่ และก่อให้ความไม่สงบสุขกับคนในประเทศหรือไม่ ก็อาจจะมาร้องเรียนได้ หากมีหลักฐานยืนยันได้ว่ามีลักษณะที่ก่อให้เกิดความไม่สงบในประเทศจริง ซึ่งจะมีผลต่อการยุบพรรคการเมืองนั้นๆ ตามมาตรา 94 และ 95 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ให้อำนาจ กกต.พิจารณาไว้ แต่หาก กกต. มีการพิจารณาออกมา จะต้องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาต่อไปอีก ไม่ใช่จบที่ กกต. ทั้งนี้มองว่า การปลุกระดมของพรรคการเมืองที่เป็นข่าวน่าจะเป็นการพูดเพื่อเรียกให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมร่วมกันมากกว่าการทำให้เกิดความไม่สงบ







