
ร่วมกันดูแลป่า เพื่อชุมชนยั่งยืน
โดย...วราภรณ์
โดย...วราภรณ์
ปัญหาของผืนป่าและแหล่งน้ำในปัจจุบันถูกทำลายโดยฝีมือมนุษย์เป็นจำนวนมาก จากทั้งนายทุนและชาวบ้านโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ด้วยเหตุนี้บริษัทกลุ่มเซ็นทรัลในนาม “มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์” ที่ก่อตั้งมานานกว่า 30 ปี จึงจัดทำโครงการเซ็นทรัลอาสาพัฒนาชุมชน ประจำปี 2555 เพื่อการอนุรักษ์ป่าเส้นทางการเรียนรู้ป่าชุมชนและพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ โดย 2 หมู่บ้านที่ถือเป็นหมู่บ้านนำร่องด้านการอนุรักษ์ป่า ได้แก่ ชุมชนบ้านแม่ป้อกใน อ.ลี้ และชุมชนบ้านทาป่าเปา อ.แม่ทา จ.ลำพูน นอกจากนี้มูลนิธิเตียงยังได้ร่วมมือกับประชาชนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนหน่วยงานรัฐบาล อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กรมศิลปากร การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมป่าไม้ กระทรวงสาธารณสุข การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกันพัฒนาป่าไม้ในชุมชนเพื่อความยั่งยืน
หนึ่งในคณะกรรมการมูลนิธิเตียง วันทนีย์ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายภาพลักษณ์องค์กร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล เล่าถึงเหตุผลของการช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ จ.ลำพูน ซึ่งดำเนินการช่วยเหลือ 2 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่ พ.ค. 2555 เพื่อชี้ให้ชาวบ้านเห็นว่าป่าชุมชนช่วยหยุดยั้งการทำลายป่า เพิ่มพื้นที่ป่าและจัดป่าที่เหลืออย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรชุมชน รู้จักจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมโดยตนเอง และสร้างความรัก ความเห็นอกเห็นใจกันในชุมชน ข้อดีของป่าชุมชนช่วยบำบัดความทุกข์ยากของชนบทที่ยังพึ่งพิงป่า ทั้งอาหาร สมุนไพร และอื่นๆ ตลอดจนน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูก ทั้งชุมชนยังต้องใช้ประโยชน์จากป่าในการดำรงชีพ อีกทั้งโครงการได้นำกระแสพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นแนวคิดการอนุรักษ์ป่าชุมชนและเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองเพื่อเป็นการพัฒนาทางด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับชุมชนด้วยการพัฒนาอาชีพที่มั่นคง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตคนในชุมชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในระดับหนึ่ง และรักถิ่นฐานบ้านเกิด รักษ์ผืนป่าร่วมอนุรักษ์พื้นที่ป่า
วันทนีย์ ยังบอกอีกว่า นอกจากพัฒนาป่าไม้ในชุมชน และพัฒนาให้หมู่บ้านกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติแล้ว ยังมีการแจกเมล็ดพันธุ์ผักให้แก่ชาวบ้าน โดยเฉพาะชุมชนบ้านแม่ป้อกใน ซึ่งถือเป็นชุมชนติดลบเพราะชาวบ้านไม่มีกระทั่งน้ำที่จะสร้างอาชีพเบื้องต้น
สำหรับการพัฒนาอาชีพที่ยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผู้ร่วมโครงการทั้งหมดมีเป้าหมาย คือ การสนับสนุนและจัดอบรมอาชีพที่ยั่งยืนและเหมาะสมในชุมชน (ด้านสมุนไพร) สนับสนุนสิ่งก่อสร้าง เช่น โรงอบสมุนไพร โรงเก็บสมุนไพร ศูนย์เพาะพันธุ์สมุนไพร นอกจากนี้ยังจัดอบรมเรียนรู้เรื่องมัคคุเทศก์น้อยใหญ่ในชุมชน ที่สำคัญคือช่วยหาตลาดให้ชาวบ้าน เช่น ประสานตลาดซื้อขายผลผลิต (สมุนไพร) อีกด้วย
บรรยากาศของการเข้าไปช่วยเหลือเต็มไปด้วยความอบอุ่น “กรมพัฒนาชุมชนจะนัดชาวบ้านเป็นกลุ่มๆ เราจะแนะนำมูลนิธิ และเราจะสนับสนุนอะไรบ้าง และเราจะหาว่าใครอยากเข้าร่วมก็จะเป็นอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ และต้องตรงตามมาตรฐานของเราคือ ลด ละ เลิก สารเคมี บรรยากาศการไปพบชาวบ้านเห็นชาวบ้านเราก็ชื่นใจ เด็กๆ ยกมือสวัสดี จริงๆ แล้วเขาเป็นชุมชนที่มีวัฒนธรรม และมีความเป็นธรรมชาติอยู่สูงมาก มีจิตใจที่โอบอ้อมอารี ทั้งๆ ที่เขาไม่มี เขาก็หาน้ำผึ้งหรือของป่ามาให้ เราก็บอกว่าไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องเอาอะไรมาให้ เวลาเรามาเขาก็เตรียมหาอาหารมาให้เรา แม้ไม่มีแต่เขามีน้ำใจ เป็นสิ่งที่น่ารักมากๆ”
หากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งประชาชนอยากเข้าร่วมโครงการสามารถทำได้ เพราะวันทนีย์ต้องการให้การช่วยเหลือเป็นประโยชน์กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง หากหน่วยงานไหนสนใจสามารถติดต่อเข้ามาที่มูลนิธิ โดยมูลนิธิสามารถนำเสนอผลงานที่เคยทำ รวมทั้งให้คำแนะนำ และสามารถบอกได้ว่าอยากทำงานช่วยเหลือด้านใด
“การช่วยเหลือชาวบ้านทำได้หลากหลายมาก คนมีเงินก็ลงเงิน ใครมีแรงก็ลงแรง ประชาชนทั่วไปก็สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านไปบริโภค หรือร้านอาหารสามารถมารับผักจากชุมชนไปทำอาหารขายก็ได้ ในแต่ละธุรกิจสามารถเอื้อมมือมาช่วยเหลือชุมชนโดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องผ่านมูลนิธิก็ได้ หรืออยากให้ชุมชนปลูกผักอะไรก็ติดต่อชาวบ้านได้เลย และคุณก็ดิวซื้อขายโดยตรง เพราะเราจะสอนชาวบ้านเรื่องการทำบัญชีซื้อขาย การทำบาร์โค้ด ทำหีบห่อที่ได้มาตรฐานสินค้า ทุกอย่างเราสอนชาวบ้านหมด เพื่อให้ผลผลิตของชาวบ้านปลอดภัยและได้คุณภาพ ชาวบ้านสามารถสร้างแบรนด์ของเขาเองได้”







