
โลกจับตาน้ำมันรั่วอ่าวไทย
นับเป็นเหตุการณ์ที่สื่อทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับเหตุท่อส่งน้ำมันดิบของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล รั่วเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้พื้นที่ทะเลนอกชายฝั่ง จ.ระยอง ของไทย กว่า 9 ตารางกิโลเมตร ปนเปื้อนคราบน้ำมัน
นับเป็นเหตุการณ์ที่สื่อทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับเหตุท่อส่งน้ำมันดิบของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล รั่วเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้พื้นที่ทะเลนอกชายฝั่ง จ.ระยอง ของไทย กว่า 9 ตารางกิโลเมตร ปนเปื้อนคราบน้ำมัน
ล่าสุด เอเอฟพี รายงานว่า ทางกองทัพเรือของไทยได้เข้าช่วยสกัดกั้นการรั่วไหลของน้ำมันแล้ว ขณะที่ทางพีทีที โกลบอล เคมิคอล ยืนยันว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
“ภาพถ่ายทางอากาศเมื่อวันที่ 28 ก.ค. แสดงให้เห็นว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบลดน้อยลงแล้ว” เอเอฟพีรายงานอ้างทีพีพี โกลบอล เคมิคอล
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสารเคมีที่ใช้ในการสกัดการรั่วไหลของน้ำมันในครั้งนี้
“ขณะนี้เรายังกังวลเกี่ยวกับสารเคมีที่ใช้ แม้ในเบื้องต้นทางการจะมั่นใจว่าคราบน้ำมันจะไม่ลามมาถึงชายหาดหรือแนวปะการังก็ตาม” ภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 กล่าว
ขณะเดียวกัน ด้านเว็บไซต์เดอะ นิว เอจ ของแอฟริกาใต้ ชี้ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุน้ำมันรั่วไหลครั้งแรกของบริษัทลูกของ ปตท. โดยเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา เกิดเหตุแท่นขุดเจาะน้ำมันเวสต์ แอตลาส ของบริษัท ปตท.สผ. ออสเตรเลีย ที่บ่อน้ำมันมอนทารา ทะเลติมอร์ เกิดระเบิดจนทำให้น้ำมันนับพันบาร์เรลรั่วไหลออกสู่ท้องทะเลเป็นเวลากว่า 10 สัปดาห์ และกินพื้นที่มากถึง 9 หมื่นตารางกิโลเมตร
วันเดียวกัน เว็บไซต์คลีน เอ็นเนอร์จี ออธอริตี ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับพลังงานทางเลือกในสหรัฐ รายงานว่า ประเทศไทยเตรียมลงทุนพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ครั้งใหญ่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงตลาดอุตสาหกรรมโซลาร์ที่กำลังเติบโตในหมู่ประเทศตลาดเกิดใหม่
“ไทยตั้งเป้าที่จะลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น 50% รวมทั้งตั้งเป้าที่จะหันไปใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น 25% ในส่วนของการตอบสนองความต้องการพลังงานภายในประเทศทั้งหมด จากเดิมที่ต้องพึ่งพลังงานเชื้อเพลิงจากซากฟอสซิลเป็นหลัก” รายงานระบุ
ด้านนักวิเคราะห์แสดงความเห็นว่า ตลาดโซลาร์ที่กำลังบูมในไทยนับเป็นผลดีต่อผู้ผลิตจีน ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญกำแพงภาษีในสหรัฐและยุโรป โดยล่าสุดนั้น มีรายงานว่าทางบริษัท แอลดีเค โซลาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์รายใหญ่ของจีน ได้เริ่มเข้ามาลงทุนในไทยแล้วตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา







