
ครม.ยกเว้นภาษีกองทุนหมู่บ้าน
ใช้เป็นแหล่งเงินทุนให้กับกลุ่มสมาชิกลุยปราบแก๊งปล่อยกู้ดอกโหด
ใช้เป็นแหล่งเงินทุนให้กับกลุ่มสมาชิกลุยปราบแก๊งปล่อยกู้ดอกโหด
ครม.ยกเว้นภาษีกองทุนหมู่บ้าน ระบุเป็นธุรกิจเฉพาะเช่นเดียวกับสหกรณ์และไม่ได้แสวงหาผลกำไร
นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 ก.ค.นี้ จะเสนอมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจการของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองหรือร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการโดยให้กรมสรรพากรยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้ เนื่องจากกองทุนหมู่บ้านเป็นธุรกิจเฉพาะเช่นเดียวกับสหกรณ์และไม่ได้แสวงหาผลกำไร ดังนั้น ควรได้รับการเว้นภาษี ซึ่งเงินที่เว้นภาษีดังกล่าวจะนำไปพัฒนาแหล่งเงินให้กับสมาชิกต่อไป
นายนที กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองกว่า 79,255 กองทุน และมีสมาชิกกว่า 12,801,444 คน โดยในระยะต่อไปของการพัฒนากองทุนหมู่บ้าน รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับกองทุนหมู่บ้านให้เป็นนโยบายถาวร เนื่องจากมีประโยชน์กับชุมชนและประชาชนมาก โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ประชาชนกว่า 12 ล้านคน หรือประมาณ 3 ล้านครัวเรือน ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยไม่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ และทุกวันนี้กองทุนหมู่บ้านกว่า 3,000 แห่ง สามารถยกระดับเป็นสถาบันการเงินของชุมชน โดยตั้งเป้าหมายไว้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศภายในปี 2557
นายนที กล่าวอีกว่า ครม.ยังจะพิจารณาหามาตรการกวดขันบุคคลที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกลุ่มบุคคลที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยกลุ่มบุคคลเหล่านี้จะทวงหนี้ด้วยวิธีการข่มขู่หรือใช้กำลังหมายจะเอาชีวิตและทรัพย์สิน จึงควรมีมาตรการ เช่น การสืบหาข่าว ควรสืบสวน กลั่นกรอง ตรวจสอบข้อมูลบุคคลที่มีพฤติการณ์ปล่อยเงินกู้นอกระบบและรับจ้างทวงหนี้จากที่ได้รับเบาะแสจากประชาชน
ทั้งนี้ การป้องกันชาวไทยตกเป็นหนี้นอกระบบดังกล่าว รัฐบาลจะเร่งประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักถึงภัยที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของบุคคลที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบ เสริมสร้างค่านิยมและทัศนคติที่ถูกต้องดีงามเกี่ยวกับการเคารพกฎหมายการปราบปราม สืบสวนติดตามพฤติการณ์เครือข่าย หากพบกระทำความผิดในกรณีที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับหนี้นอกระบบจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด







