
14ขรก.สรรพากรเกี่ยวข้องโกงภาษี
ส่งชื่อ 14 ข้าราชการสรรพากร ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการโกงภาษีให้ดีเอสไอสอบ
ส่งชื่อ 14 ข้าราชการสรรพากร ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการโกงภาษีให้ดีเอสไอสอบ
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ด้านภารกิจรายได้ เปิดเผยว่า ได้ส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรที่คาดว่ามีความเกี่ยวข้องกับการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มส่งออกปลอมจำนวน 14 ราย ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามที่ร้องขอมาแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องมีทั้งอยู่ในเขตพื้นที่บางรัก สมุทรปราการ และนนทบุรี
ทั้งนี้ ดีเอสไอมีรายชื่อเจ้าหน้าที่และผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มปลอมทั้ง 60 บริษัท เป็นมูลค่า 4,200 ล้านบาทอยู่แล้ว แต่ต้องการให้กระทรวงการคลังที่ดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ส่งรายชื่อไปให้ตรวจสอบด้วย เพื่อมีเจ้าหน้าที่นอกเหนือจากที่ดีเอสไอตรวจพบ จะได้ดำเนินการเอาผิดทางอาญาไปพร้อมกัน
ขณะที่การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงการคลัง ที่มีนายประสิทธิ์ สืบชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน คาดว่าจะสรุปผลให้นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง รับทราบในเร็วๆ นี้ หากพบมูลว่าเจ้าหน้าที่และผู้บริหารทั้ง 14 คน ที่ส่งรายชื่อไปให้ดีเอสไอ มีความเกี่ยวข้องกับการคืนภาษีปลอม ก็จะต้องมีการตั้งกรรมการสอบวินัย และดำเนินการฟ้องแพ่งเพื่อให้ชดใช้ความเสียหายทั้งหมด
นายรังสรรค์ กล่าวว่าในสวนของการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงของกรมสรรพากร และกรมศุลกากร เป็นเรื่องที่กรมสามารถดำเนินการได้ และหากพบว่ามีเจ้าที่เกี่ยวข้องก็ควรดำเนินการสอบวินัยและเอาผิดทางแพ่งด้วยเช่นกัน
รองปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มผู้ที่ขอคืนภาษีไม่ถูกต้อง ได้โทรศัพท์ไปขู่ฆ่าเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรพื้นที่ 22 เขตบางรัก ที่เป็นคนทำเรื่องร้องเรียนการขอคืนภาษีปลอมดังกล่าวให้กระทรวงการคลังรับทราบ และเป็นผู้ให้ข้อมูลกับทางดีเอสไอ ซึ่งเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้ว
อย่างไรก็ตาม นายรังสรรค์ ให้การปฏิเสธจะให้ข้อมูลว่า รายชื่อข้าราชการที่ถูกส่งไปให้ดีเอสไอตรวจสอบดำเนินการเอาผิดว่า มีผู้บริหารระดับสูงของกรมสรรพากรอยู่ด้วยหรือไม่ เพราะทางดีเอสไอขอให้ปิดรายชื่อไว้ก่อน เพื่อให้ทำงานง่ายขึ้น
นายศุภกิจ ริยะการ ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 (บางรัก) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ได้ยื่นหนังสือต่อนายประสิทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ส่งออก เพราะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
นายศุภกิจ กล่าวว่า จุดสำคัญในการคืนภาษีคือ เมื่อมีการส่งออก ถ้าบริษัทที่ขอคืนภาษีมีเอกสารครบถ้วนทั้งด้านการซื้อ การขาย และหนังสือค้ำประกันส่งออก (แอลซี) ต้องคืนภาษีให้
“ถ้าบริษัทนั้นมีเอกสารด้านการส่งออกจากกรมศุลกากรมายืนยัน สรรพากรต้องคืนภาษีให้ ที่ผ่านมาตรวจสอบเอกสารคืนภาษีอย่างละเอียดทั้งแอลซี การโอนเงิน การซื้อขาย แม้บางครั้งสินค้าที่ขอคืนภาษีนั้นมีราคาแพงเกินจริง แต่สรรพากรไม่ได้เป็นหน่วยงานที่ดูในด้านนี้” นายศุภกิจ กล่าว
ทั้งนี้ หากบริษัทสามารถขายสินค้าได้ราคามากกว่าซื้อ ถ้ามีกำไรต้องเสียภาษี ตรงนี้สรรพากรจะเป็นผู้คำนวณ แต่มีคำถามว่าสินค้านั้นแพงเกินไปหรือเปล่า สรรพากรไม่ทราบ แต่อยากตั้งข้อสังเกต ถ้าบริษัทไม่ส่งออกสรรพากรไม่ต้องคืนภาษี สรรพากรตรวจดูแค่ว่ามีกำไรจากการทำธุรกิจหรือไม่ ส่วนพิกัดอัตราสินค้านั้นคนที่รู้ดีคือศุลกากร
นายศุภกิจ กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้มีการสอบสวนไปยังหน่วยงานหลักที่ดูแลการส่งออกด้วย ไม่ใช่สอบแค่สรรพากรอย่างเดียว ซึ่งสงสัยเหมือนกันว่าทำไมกระทรวงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีก เพราะดีเอสไอดูในเรื่องคดี สรรพากรตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว







