
เป็นเรื่องเป็นราว
ขอแสดงความยินดีกับ ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ได้รับเลือกให้เป็นประธาน บริษัท ปตท. จากประสบการณ์ที่ได้เคยร่วมทำงานกันมาหลายปี ผู้เขียนเชื่อว่า ดร.ปานปรีย์ จะสามารถนำพา ปตท.ให้เติบโตอย่างมั่นคงเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในอนาคต
ขอแสดงความยินดีกับ ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ได้รับเลือกให้เป็นประธาน บริษัท ปตท. จากประสบการณ์ที่ได้เคยร่วมทำงานกันมาหลายปี ผู้เขียนเชื่อว่า ดร.ปานปรีย์ จะสามารถนำพา ปตท.ให้เติบโตอย่างมั่นคงเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในอนาคต
เมื่อพูดถึงเรื่องพลังงาน ผู้เขียนได้รับมอบหมายจาก วปอ. ให้เป็นผู้บรรยายในหัวข้อเรื่อง “พลังงานกับความมั่นคงของชาติ” ในงานสัมมนา 6 สถาบัน “ปฏิรูปประเทศไทย” โดยมี ฯพณฯ รองนายกฯ และ รมว.คลัง คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง มาเป็นประธานในงาน โดยผู้เขียนได้ถือโอกาสนี้เสนอแนวความคิดทางพลังงานอย่างเป็นเรื่องเป็นราวทั้งหมด เริ่มตั้งแต่การให้ความรู้ความเข้าใจทางพลังงานอย่างแท้จริงแก่ประชาชน เพราะคนส่วนใหญ่ยังรู้เรื่องพลังงานน้อยมาก ความจำเป็นที่จะต้องทยอยยกเลิกการสนับสนุนราคาพลังงานจากฟอสซิลเพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และหันมาส่งเสริมและพัฒนาพลังงานทดแทนที่จะเป็นอนาคตของประเทศและของโลก การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางพลังงานทดแทนของ AEC แนวความคิดเรื่อง โรงท่อบ่อถัง ที่ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ซึ่งก็คือ การวางแผนผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศในอนาคต โดยมีการกระจายการผลิตไฟฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิงประเภทอื่นมากขึ้น เช่น ถ่านหินสะอาด และนิวเคลียร์ ที่ประเทศเพื่อนบ้านได้เริ่มดำเนินการกันแล้ว การเดินท่อส่งน้ำมันไปยังภาคเหนือและภาคอีสานเพื่อลดปริมาณการขนส่งน้ำมันทางรถบรรทุกที่สิ้นเปลือง และจะสามารถทำให้จำหน่ายน้ำมันราคาเท่ากันทั้งประเทศได้ การเดินท่อและเพิ่มการจำหน่ายก๊าซ NGV เพื่อทดแทนการใช้ดีเซลและลดการนำเข้าน้ำมัน การเดินท่อน้ำมันเชื่อมต่อสองฝั่งทะเลในภาคใต้ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานของภูมิภาคนี้ และจะเป็นผู้กำหนดราคาน้ำมันของภูมิภาคแทนสิงคโปร์ การให้บริษัทพลังงานของชาติไปหาแหล่งพลังงานให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศในอนาคต การเจรจากับประเทศกัมพูชาเพื่อร่วมกันขุดก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทับซ้อนในทะเลมาใช้ทดแทนก๊าซในอ่าวไทยที่กำลังจะหมดลงภายใน 1015 ปี ซึ่งถึงแม้เจรจาสำเร็จก็ต้องใช้เวลา 810 ปี ในการจะนำขึ้นมาใช้ได้ ซึ่งประเทศไทยจะได้ประโยชน์มากกว่ากัมพูชามาก เนื่องจากมีประชากรมากกว่า อีกทั้งมีอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอันดับ 8 ของโลกรองรับ ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้อีกมหาศาลจากก๊าซที่ขุดขึ้นมาได้ และการเพิ่มสำรองน้ำมันภายในประเทศให้เพียงพอเพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัยที่อาจขัดขวางระบบขนส่งน้ำมันของโลก ซึ่งผู้เขียนตั้งใจที่จะตอกย้ำแนวความคิดเรื่องพลังงานนี้ จนกว่าจะได้มีการดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประเทศไทย โดยเน้นขอให้ทุกฝ่ายอย่าได้นำเรื่องการเมืองเข้ามายุ่งกับเรื่องพลังงาน เพราะจะทำให้เกิดความสับสนและยุ่งยาก ไม่ว่าจะเป็นการกระทำเพื่อสร้างความนิยม หรือการบิดเบือนข้อมูลเพื่อโจมตีกัน
เมื่อกล่าวถึงการเมือง ก็อดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงเรื่องที่ผู้เขียนออกมาอธิบายข้อมูลที่อาจจะไม่ตรงกับข้อมูลที่นำเสนอของท่านประธานที่ปรึกษาพรรคฝ่ายค้านและผู้นำฝ่ายค้าน จนอาจจะทำให้เข้าใจผิดได้ว่าผู้เขียนไม่เคารพท่านประธานที่ปรึกษาพรรคฝ่ายค้านที่ผู้เขียนให้ความเคารพมาตลอดตั้งแต่ยังวัยเยาว์ ทั้งนี้ก็เพราะไม่อยากให้ประชาชนได้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน และอยากให้วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนแก่ประเทศนี้ ยิ่งเมื่อมาพิจารณาภาวะปัจจุบันที่มีการเข้าออกเสรีของเงินทุนจากต่างประเทศในจำนวนมากได้ส่งผลกระทบกับอัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่กี่เดือนก่อนเงินทุนไหลเข้ามามาก ค่าเงินบาทก็แข็งค่าทันที พอไม่กี่สัปดาห์ถัดมาเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว เงินทุนก็ไหลออกอย่างรวดเร็ว ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลงทันทีเช่นกัน ซึ่งต้องถือเป็นกลไกของตลาดเมื่อมีการเปิดเสรีทางการเงิน แต่เมื่อมองย้อนอดีตที่ประเทศไทยเปิดเสรีทางการเงิน บีไอบีเอฟ โดยปล่อยให้เงินทุนเข้าออกอย่างเสรี แต่กลับไม่ยอมลอยตัวอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งต่อมาจึงเป็นสาเหตุหลักของวิกฤตการณ์ในครั้งนั้น และแบงก์ชาติซ้ำเติมด้วยการนำเงินสำรองทั้งหมดไปสู้ค่าเงินบาท จนมีการปิด 56 ไฟแนนซ์ และมีการนำทรัพย์สินมาประมูลขาย และเป็นที่มาของคดี ปรส. ที่มีความผิดปกติมากมาย จนศาลมีคำตัดสิน ตามที่ได้เคยเสนอไว้แล้ว นอกจากนี้ยังมีการอัดฉีดเงินกู้มิยาซาวา ซึ่งเหมือนกับการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำที่ประชาชนจำไม่ได้เลยว่าได้อะไรจากเงินกู้จำนวนนี้ ซึ่งก็คงคล้ายกับเงินกู้ไทยเข้มแข็งที่ประชาชนก็ไม่ทราบอีกเช่นกันว่าใช้ไปแล้ว 4 แสนล้านบาท ประเทศไทยได้พัฒนาอะไรขึ้นมาบ้าง ผู้เขียนไม่ได้ต้องการที่จะโจมตี แต่อยากให้ข้อคิดว่า การกู้เงินในอนาคตอยากให้มีการลงทุนที่เป็นชิ้นเป็นอัน เป็นเรื่องเป็นราว และไม่มีการทุจริต การลงทุนที่ไม่มีแบบแผนที่ดี ก็ไม่ต่างกับการทุจริตเท่าไหร่นัก เพราะสูญเปล่าเหมือนกัน แต่ถ้าลงทุนแล้วเห็นเป็นสนามบิน เป็นรถไฟใต้ดิน เป็นรถไฟความเร็วสูง เป็นรถไฟรางคู่ เป็นท่าเรือ เห็นประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ ซึ่งสามารถจับต้องและวัดผลได้ ส่วนการทุจริตก็ต้องช่วยกันป้องกัน ตรวจสอบ และนำผู้กระทำผิดไปลงโทษ
อย่างที่อาจารย์โกร่งเปรียบว่า การทุจริตที่เลวร้ายก็เหมือนกับริดสีดวง ที่หากกลัวแล้วเราจะไม่ถ่ายกันเลยหรือ







