
จับเพิ่มแก๊งงัดเอทีเอ็มฉก4.9ล้าน
ตำรวจภาค 3 จับเพิ่มคนร้ายงัดตู้เอทีเอ็มศรีสะเกษ ฉกเงิน 4.9 ล้านบาท
ตำรวจภาค 3 จับเพิ่มคนร้ายงัดตู้เอทีเอ็มศรีสะเกษ ฉกเงิน 4.9 ล้านบาท
พ.ต.อ.พลอย พิมพิสาร ผู้กำกับการ2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมกับ พ.ต.ท.นิรันด์ แก้วอิน รองผู้กำกับการ2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค3 ได้ควบคุมตัวนายมนตรี ทองเพ็ชร ตามหมายศาลจังหวัดนครราชสีมา ที 68/2556 ลงวันที่ 27 พ.ค.56 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หลังเป็นหนึ่งในกระบวนการที่ร่วมกันงัดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย บริเวณข้างที่ว่าการอำเภอเบญจลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ได้เงินไปกว่า 4.9 ล้านบาท เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยจับได้ที่บ้านพักเลขที่ 75/3 หมู่ที่ 3 ต.บางระกำ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง
ทั้งนี้หลังเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจสามารถจับกุมที่นายวารุต ทองหยาด นางจีรภา สมคะเนย์ นายพิทักษ์ หรือบ่าว หับลั่น และ น.ส.จันทร์เพ็ญ แสนทวีสุข ได้ที่ จ.ชุมพร โดยผู้ต้องหาให้การซัดทอดมายัง นายมนตรี เป็นคนขับรถพาไปประกอบเหตุ ซึ่งจากการสอบสวนนายมนตรี ให้การรับสารภาพว่า ไม่เคยรู้จักทั้งหมดมาก่อน ซึ่งได้ขับรถไปซื้อของแล้วได้พบกับผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ในร้านค้าแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะใช้อุบายให้ขับรถไปส่งโดยอ้างว่าจะให้ค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 2.5 แสนบาท ซึ่งในขณะนั้นกำลังต้องการที่จะใช้เงิน เพราะต้องเลี้ยงดูลูกเมียถึง 3 ชีวิต
จนกระทั่งขับรถมาถึงบริเวณตู้เอทีเอ็ม ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ลงจากลงและเดินเข้าไปที่ตู้เอทีเอ็ม ซึ่งในขณะนั้นได้นั่งรออยู่ที่รถ จนกระทั้งผู้ต้องหาทั้งหมดได้เดินกลับมาขึ้นรถและได้ยื่นเงินให้จำนวน 2.5 แสนบาท แล้วได้บอกให้ไปส่งภายในตัวอำเภอเมืองศรีสะเกษ ก่อนที่ผู้ต้องหาทั้งหมดจะแยกย้ายไปจากรถยนต์ของตน ซึ่งหลังจากนั้นตนก็ขับรถยนต์กลับบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกระทั้งถูกจับกุมดังกล่าว ตำรวจจึงส่งพนักงานดำเนินคดีร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
ขณะที่ ตำรวจจะยังคงเร่งติดตาม นายทันฯ ไม่ทราบ ชื่อจริง นามสกุล ที่ผู้ต้องหาให้การว่าเป็นผู้ที่วางแผนในการงัดตู้เอทีเอ็ม เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







