
บิ๊กแจ๊ดไม่หวั่นโดนสอบจริยธรรมพร้อมน้อมรับ
“คำรณวิทย์”เปิดใจเหตุ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ร้อง ยันไม่ผิดชี้ให้ดำเนินการให้เร็วมีเวลาอีก 14 เดือน
“คำรณวิทย์”เปิดใจเหตุ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ร้อง ยันไม่ผิดชี้ให้ดำเนินการให้เร็วมีเวลาอีก 14 เดือน
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เปิดห้องทำงานส่วนตัวให้สัมภาษณ์กรณี ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ส่งหนังสือแจ้งต่อ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และพล.ต.อ.อัมรินทร์ อัครวงษ์ จเรตำรวจแห่งชาติ กรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เดินทางไปต่างประเทศให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประดับยศให้ โดยมีรูปดังกล่าวในห้องทำงาน พร้อมป้ายข้อความเขียนว่า “มีวันนี้ เพราะพี่ให้” โดยอาจเข้าข่ายผิดจริยธรรม ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยจริยธรรมของผู้ตรวจการแผ่นดิน 2552 ตามมาตรา 38 ส่งเรื่องให้ ผบ.ตร.ไปแล้วนั้น
พล.ต.ท.คำรณวิทย์เปิดเผยว่า เรื่องที่เป็นข่าวนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องเดิมที่ทาง ตร. ได้สอบไปแล้ว แต่ก็อยู่กับทางผู้บังคับบัญชาว่ามีผลอย่างไร ตนก็ยืนยันเหมือนเดิม ว่าไม่ได้คิดอะไร เพราะการประดับยศเป็นประเพณี การประดับยศข้าราชการตั้งแต่ร้อยตรีเป็นต้นมานั้น ก็มีผู้บังคับบัญชาประดับยศให้ เป็นประเพณีไทยว่าให้ผู้ที่เคารพนับถือประดับยศ ตนเองไม่ได้มีเจตนาอื่น ได้ปรึกษาหารือกับคุณแม่ของตน แม่ของตนอายุ 87 แล้ว และเป็นครูสอนจริยธรรม แล้วทำไมจะไม่นึกถึงจริยธรรม ก็คิดว่าให้ผู้ที่เคารพนับถือประดับยศให้ ก็เลยคิดว่า ท่านทักษิณ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นพี่ และตลอดเวลาที่ทำงานกับท่านก็สั่งสอนให้ทำงานให้ประชาชนรัก ให้ตำรวจรักแล้วจะก้าวหน้า แค่นั้น ตนก็ยึดถือคำสอนและทำมาเรื่อย ซึ่งตนไม่มีเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ไม่มี การที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไปร้อง มีความเห็นอย่างไร เสนอ ป.ป.ช.ไป หรือให้ผู้บังคับบัญชาทาง ตร. ดำเนินคดีกับตน ดำเนินการทางวินัยกับตน ขอให้เร็วอย่าช้า เพราะอยากให้เห็นเร็วๆ เพาะตนเหลือเวลาอีก 14 เดือนจะเกษียณแล้ว ตนไม่มีปัญหาเลย เพราะจะได้กลับไปทำงานมูลนิธิ รักษาคนไข้ที่บาดเจ็บก็ได้บุญมากกว่า
พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวอีกว่า ไม่มีปัญหา ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรีบทำ จะได้จบๆซะที ตนภูมิใจ ที่ตนจบอายุราชการแล้วก่อนเกษียณอายุ ให้ผู้ที่เคารพรักประดับยศให้ก็ยินดี และไม่โกรธแค้น ไม่อาฆาตแค้นใคร อย่างท่านตุลาการท่านหนึ่งที่วันพฤหัสบดีได้เข้ามายามวิกาล และเขียนด่าไว้ ที่เราไปดำเนินการเรื่องม๊อบที่กระทรวงกลาโหม และวันศุกร์ก็นำข้าวกล่องมาขว้างอีก ข้าวไข่เจียว น้ำปลา แต่ขาดกระเพรา (หัวเราะ) มันเลยชืดไปหน่อย ตนไม่มีปัญหาเลย
“วันพฤหัสบดี มีลูกน้องรายงานมาว่ามีคนบุกรุกเข้ามา และมาเขียนแบบนี้ ก็บอกไปว่าอย่าไปทำอะไรไป เฉยๆไปเถอะ เพราะเป็นเรื่องของอารมณ์บุคคล แต่วันศุกร์กลับมาขว้างอีก ก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ถามว่าผมโกรธแค้นหรือไม่ ผมไม่โกรธแค้น ผมอโหสิทุกคน จากการที่รักษาคนไข้เยอะก็รู้ว่าเป็นเรื่องของกรรม ผมเพียงแต่ตั้งเป้าว่าสร้างมูลนิธิให้เสร็จแล้วทำไป ประจวบในหลายเรื่องว่าตุลาการท่านนั้นมาเขียนด่า วันศุกร์ก็มาขว้าง ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ออกมาอีกวันจันทร์ เป็นข่าวออกมา ก็สอดรับกันดี ผมไม่มีอะไร ตอนนี้อยู่ในช่วงแต่งตั้งโยกย้าย ในสัปดาห์หน้า จังหวะมัดสอดคล้องกันดี ไม่มีอะไรมากสบายๆ” ผบช.น.กล่าว
ถามว่า ผบ.ตร. ได้เรียกไปพูดคุยหรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวอีกว่า ก็ไม่มีปัญหาอะไร เรื่องนี้เคยมีการไปยื่นที่ ตร. ตั้งแต่เกิดเรื่องใหม่ๆ และ ตร.สอบไปแล้ว และตนก็ไม่ได้ตามเรื่องเพราะถือว่าตนเองบริสุทธิ์ใจ ไมได้ทุจริต คอรัปชั่น เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นบรรทัดฐานว่าต่อไปจะให้ใครติดยศก็ดูให้ดี ความเป็นธรรมต้องมี ตนมองว่าในกระบวนการยุติธรรมมีอะไรแปลกๆ แต่ถ้าผู้รักษากฎหมายไม่ให้ความยุติธรรม บ้านเมืองอยู่ได้อย่างไร ตนเป็นนักกีฬา ชอบเล่นกีฬา ก็เห็นใจว่าเมืองไทยกำลังบูมเรื่องฟุตบอล มีปัญหาเรื่องสมาคม การสร้างทีมใช้เงินเป็น 100 ล้าน และนักกีฬาถ้าแพ้ ก็ไปซ้อมมา แมทต์หน้าแก้ตัว ซ้อมมาให้ชนะเขา แต่ตนไม่คิดชกใต้เข็มขัด ติดสินบนกรรมการ ตนไม่มี ตนเป็นตำรวจมีอุดมคติ ตนเป็นแพทย์แผนไทยต้องมีจรรยาบรรณ สื่อมวลชนน้องๆก็ต้องมีอุดมการณ์ ไม่มีอะไร 14 เดือนแป๊บเดียว
ถามว่ามีกระบวนการที่จะสร้างผลกระทบตำแหน่ง ผบช.น. หรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า มันธรรมชาติ ต้องทำใจ ตนเป็นตำรวจ ทุกตำแหน่งเวลาใกล้แต่งตั้งโยกย้าย ตนไม่ได้ไปวิ่งเต้น มารับตำแหน่งสื่อมวลชนก็รู้ว่า ตนอยากมาหรือไม่ การโยกย้ายเป็นธรรมดา แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาเห็นชอบ ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ก็ไม่ได้เรียกตนไป ยอมรับว่าไปจริง แต่ทำตามขั้นตอนทุกอย่างและเหตุเกิดนอกประเทศ หากตนไปให้คนที่ตนเกลียดติดยศให้นี่ตนไม่มีจริยธรรม แต่ใจตนทำไม่ได้ แต่ถ้าการกระทำแบบนี้ผิด ก็ฝากข้าราชการที่จะให้ใครประดับยศต้องระวัง ตนหารือแม่ตน ไม่ได้หารือพ่อแม่ใครเลย (หัวเราะ)
ถามว่ารู้สึกว่าเอาไปโยงเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า ก็ทำงานของเราไป อย่างคดีที่เกิดมาอย่างคดีของนายเอกยุทธ (อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ที่ถูกฆาตกรรม) ก็ทำตามหน้าที่ อ่านแผนประทุษกรรมคนร้าย ดูเส้นทางทำอย่างไร พออ่านถูกจับได้เร็วก็กลายเป็นพิรุธ แต่คดีที่ภาค 2 เรื่องเสี่ยอ้วน ที่ตำรวจเก่งจับได้ ตนก็พูดคุยกับทาง ผบช.ภ.2 (พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2) ว่าเป็นอย่างไร เป็นห่วงตัวประกัน กลัวเสียชีวิต แต่หากไม่เจอศพก็จะมีปัญหาอีก ขนาดเราได้ทั้งคนร้าย ทั้งศพยังเจอประณาม อันนี้น่าห่วงญาติถึงขนาดตั้งค่าหัว 1 ล้านบาท
“ผมไม่ได้สนใจในส่วนนี้ อยากให้รีบๆ เร็วๆจะได้สรุปไป หาก ป.ป.ช.ชี้ว่าผมผิด ต้องหยุดปฏิบัติราชการก็ยินดี ผมมีเวลาอีก 14 เดือน อย่าให้เกิน 14 เดือน เอาเร็วๆ “ผบช.น.กล่าว
ถามว่าได้คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ในเรื่องนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย ท่านอยู่ไหนยังไม่รู้เลย มัวแต่วุ่นหลายๆคดี รวมทั้งคดีทุบกระจกรถที่ระบาดพยายามจะจับให้ได้ เดี๋ยวนี้ทันสมัยนะจี้คดีทางไลน์ (โปรแกรมแชตทางโทรศัพท์มือถือ) มีเหตุอะไรก็สั่งไลน์ไป ไปดูยัง ที่เกิดเหตุเป็นไง ส่งรูปมา ถ้าจำเป็นก็ไปดู เอาระบบนี้มาให้เป็นประโยชน์กับประชาชน ตอนนี้คดีเกี่ยวกับทรัพย์มันเยอะ รถหายก็ต้องป้องกัน โดยเฉพาะต่างชาติที่เข้ามาก่อเหตุ ตอนนี้ก็ประสานทาง ตม.แล้ว







