posttoday
ตึกสูงใต้ดิน

ตึกสูงใต้ดิน

14 กรกฎาคม 2556

“เอิร์ธสเครปเปอร์” ตึกสูงใต้ดิน จะถูกสร้างใต้จัตุรัสใจกลางเมืองเม็กซิโกซิตี้ ซึ่งเป็นจัตุรัสใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก หลังคาและผนังเป็นกระจกทั้งหมด

“เอิร์ธสเครปเปอร์” ตึกสูงใต้ดิน จะถูกสร้างใต้จัตุรัสใจกลางเมืองเม็กซิโกซิตี้ ซึ่งเป็นจัตุรัสใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก หลังคาและผนังเป็นกระจกทั้งหมด คนที่เดินผ่านสามารถก้มมองลอดทางเท้าที่ทำจากกระจก ดูความเป็นไปในอาคารรูปพีระมิดกลับหัวหลังนี้ได้ตามอัธยาศัย

ตัวอาคารที่ลึกลงไปใต้ดิน 50 เมตรแรก ซึ่งอุดมไปด้วยซากปรักหักพังสมัยอารยธรรมแอซเทค จะสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ของชาวแอซเทค ผู้ก่อตั้งนครเม็กซิโกซิตี้ ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์จะได้เดินทั่วซากเมืองเก่าของบรรพบุรุษจริงๆ ลึกลงไปใต้ดินจะมีร้านค้า อาคารสำนักงาน บ้าน และพื้นที่สีเขียวสำหรับเดินเล่นที่สว่างไสวด้วยแสงจากใยแก้วนำแสง โดยแสงสว่างที่ได้จะมากพอให้ต้นไม้พืชพันธุ์ต่างๆ เติบโตงอกงาม

เปลี่ยนเหมืองร้างเป็นเอิร์ธสเครปเปอร์

ที่สหรัฐ แมทธิว ฟรอมโบลูติ ก็กำลังยุ่งอยู่กับการแปลงเหมืองร้างเก่าแก่ให้เป็นอาคารสูง “กลับหัว” เช่นกันเหมืองลาเวนเดอร์พิทตั้งอยู่ที่รัฐอริโซนา ขนาด 1.3 ตร.กม. ถูกทิ้งร้าง กลายเป็นหลุมลึก 270 เมตร ท่ามกลางภูมิประเทศอันแห้งแล้งเป็นทะเลทราย ฟรอมโบลูติคิดจะสร้างโดมขนาดใหญ่ขึ้นปิดหลุมยักษ์นี้ โดยทำประตูเล็กรูปวงกลมสำหรับเปิดเข้าออก และเป็นทางให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านลงสู่คฤหาสน์หรูใต้ดินที่ปลูกลดหลั่นกันเป็นชั้นบนขอบด้านข้างของเหมือง

โครงการกลางทะเลทรายอริโซนาแห่งนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบเช่นกัน แต่อีกซีกหนึ่งของโลก นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจีนใกล้จะประสบความสำเร็จกับการสร้างโรงแรมหรูที่ตัวอาคารส่วนใหญ่อยู่ใต้ดิน โรงแรมนี้ตั้งอยู่ที่เหมืองหินลึก 100 เมตร ใกล้นครเซี่ยงไฮ้ ภายในโรงแรมจะมีห้องพักอย่างน้อย 380 ห้อง ซึ่งสร้างด้วยวิธีสกัดหินทั้งสิ้น แขกที่มาพักจะได้เพลิดเพลินกับวิวทะเลสาบ หรือจะออกไปแล่นเรือใบก็ได้ เมื่อถึงมื้ออาหารก็ไปใช้บริการภัตตาคารใต้น้ำที่จะสร้างไว้ใต้ผิวน้ำในทะเลสาบ โดยโรงแรมหรูแห่งนี้มีกำหนดเปิดบริการในปี 2014

ถ้ำคือที่หลบภัย

บรรพบุรุษยุคแรกๆ ของมนุษย์อาศัยอยู่ในถ้ำ ซึ่งช่วยป้องกันภัยจากสัตว์นักล่า รวมทั้งศัตรูอื่นๆ อีกทั้งอากาศในถ้ำยังอุ่นกว่ากลางแจ้งด้วย หลายชุมชนทั่วโลกถือกำเนิดในรูปของเมืองในถ้ำ เช่นที่แคว้นคัปปาโดเกียในตุรกี ในยุครุ่งเรืองมีประชากรประมาณ 1.7 หมื่นคน ปัจจุบันมีคนอาศัยอยู่ราว 2,500 คน ส่วนที่ประเทศจีนก็มีคนอาศัยอยู่ในถ้ำอย่างน้อย 30 ล้านคน โดยเฉพาะในแถบเหยียนอาน บ้านถ้ำนี้หน้าร้อนเย็นสบาย หน้าหนาวก็อบอุ่น บางหลังสร้างแบบง่ายๆ แต่บางหลังก็ขยายต่อเติมเป็นหลายชั้น สะดวกสบายเหมือนบ้านสมัยใหม่

อุโมงค์หลบภัย

พื้นที่ใต้ดินของจีนยังเป็นที่ตั้งของโครงการในใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดโครงการหนึ่งที่มนุษย์เคยทำสำเร็จ ช่วงปลายทศวรรษ 1960 เหมาเจ๋อตง ผู้นำเผด็จการของจีน สั่งให้สร้างเมืองใต้ดินขึ้นอย่างลับๆ กลางกรุงปักกิ่ง ช่วงนั้นความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพโซเวียตกับจีนไม่แนบแน่นเหมือนแต่ก่อน ประธานเหมาจึงกลัวว่าอดีตประเทศพันธมิตรจะลุกขึ้นจับอาวุธและทิ้งระเบิดปูพรมใส่จีน

ช่วงปี 1969-1979 คนงานชาวจีนสร้างเมืองใต้ดินขนาดยักษ์ที่มีชื่อเรียกเป็นภาษาจีนว่า ตี้เซี่ยเฉิง บางจุดอยู่ลึกลงไปใต้ดินถึง 18 เมตร โดยจุดประสงค์ของการสร้างก็เพื่อให้ชาวจีน 3 แสนคน ใช้เป็นที่อาศัยหลบภัยได้นาน 4 เดือน โดยเมืองใต้ดินแห่งนี้มีอุโมงค์เชื่อมต่อกันเป็นระบบ ความยาวรวม 30 กม. เพื่อใช้เป็นทางสัญจรไปมาภายในเมืองที่สร้างไว้เป็นที่หลบภัยจากระเบิดปรมาณูและแก๊สพิษทุกชนิด

‘ชั้นใต้ดิน’ ของนครโตเกียว

โครงการใต้ดินใหญ่ที่สุดในเอเชียเป็นของบริษัท ชิมิซุ คอร์ปอเรชั่น บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งมีแผนจะสร้างโดมกระจกใต้ดินเชื่อมต่อกันเป็นระบบ เรียกว่า “เออร์เบินจีโอกริด” (Urban GeoGrid) โดยจะสร้างระบบนำแสงล้ำสมัย นำแสงอาทิตย์ลงไปใต้ดิน โดมเหล่านี้เชื่อมต่อกันด้วยสถานีรถไฟและอุโมงค์คนเดิน ในอนาคตโตเกียวจะมีเมืองใหม่อยู่ใต้ดิน มีร้านค้า ห้องแสดงนิทรรศการ สำนักงาน โรงแรม ห้องอาบน้ำสาธารณะ และที่พักไว้รองรับภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ข้อบ่งชี้ในปัจจุบันบ่งบอกว่า คนเมืองในอนาคตจะใช้เวลาอยู่ใต้ดินกันมาก เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายก็อาจจะปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่ได้รับแสงสว่างน้อยลงก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว