posttoday
ปฏิรูปสภาไทยเน้นสร้างวุฒิภาวะผู้แทน

ปฏิรูปสภาไทยเน้นสร้างวุฒิภาวะผู้แทน

08 กรกฎาคม 2556

ปฏิรูปรัฐสภาไทยเน้นสร้างวุฒิภาวะสส.-สว. ยกเลิกแบ่งขั้วการเมือง ด้านปชป.เสนอกม.ให้ประชาชนเรียนรู้เรื่องหน้าที่ผู้แทน

ปฏิรูปรัฐสภาไทยเน้นสร้างวุฒิภาวะสส.-สว. ยกเลิกแบ่งขั้วการเมือง ด้านปชป.เสนอกม.ให้ประชาชนเรียนรู้เรื่องหน้าที่ผู้แทน

สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย ได้จัดสัมนาลำดับที่ 10 เรื่อง “สู่ทศวรรษแห่งความท้าทายใหม่ : บทบาทด้านรุกและรับของรัฐสภาไทย” ภายใต้โครงการศึกษา “รัฐธรรมนูญที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ดี ช่วงบ่ายวันเดียวกันได้มีการเสวนาเรื่อง “รัฐสภาไทย : ปัญหาและแนวทางการพัฒนา” โดยนายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การทำหน้าที่ของวุฒิสภา ที่ผ่านมายอมรับว่ามีปัญหา เพราะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญกำหนดได้ เนื่องจากวุฒิสภามีการแบ่งฝ่าย ทำให้มีปัญหาเรื่องการตรวจสอบ เช่น มีบางประเด็นที่เห็นว่ารัฐบาลมีปัญหาและควรจะได้รับการตรวจสอบ แต่สว.ที่ยืนอยู่ฝั่งรัฐบาลไม่เห็นด้วย หรือการตั้งกระทู้ถามรัฐบาล แต่รัฐบาล

นอกจากนี้ บทบาทของการกลั่นกรองกฎหมายที่มาจากสภาผู้แทนราษฎร พบปัญหาเช่นกันคือวุฒิสมาชิกไม่ได้ให้ความสนใจ เช่น การประชุมพิจารณาร่างกฎหมาย ช่วงของการแปรญัตติมีสว.นั่งฟังการอภิรายของสว.เพียง 10 คนจากจำนวนสว. ที่มีทั้งหมด 150 คน แต่เมื่อถึงเวลาลงมติก็วิ่งมาโหวต จึงทำให้มีปัญหาต่อการพิจารณากฎหมาย และปัญหาที่สำคัญในปัจจุบัน คือ วุฒิภาวะของวุฒิสภาไม่รับผิดชอบต่อประชาชน เพราะ มีวาระซ่อนเร้นส่วนบุคคล ออกไปเล่นการเมืองนอกสภา และสนับสนุนเกมการเมืองนอกสภา ทำให้วุฒิสภาถูกแบ่งแยก 

“ปัญหาของรัฐสภาไทย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวรัฐสภาเท่านั้น ยังขึ้นอยู่กับระบบ และรัฐบาลด้วย เช่น เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบ กลไกของรัฐสภาสำคัญที่สุดคือตัวบุคคล จิตสำนึกและความรับผิดชอบ ถ้าสมาชิกรัฐสภามีสำนึกรับผิดชอบฐานะตัวแทนประชาชน ปราศจากอิทธิพล เรื่องกฎหมายและตรวจสอบจะสามารถทำได้” นายวิชาญกล่าว

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวทางแก้ไขปัญหารัฐสภา คือ ต้องไม่มีการปฏิวัติ เพื่อให้รัฐสภาไทยพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง และหากไม่พอใจควรใช้เวทีของรัฐสภาแทนการยึดอำนาจ ส่วนการพัฒนาระบอบรัฐสภาไทยไม่ใช่แก้ที่สส.หรือสว. ต้องแก้ที่ระบบ คือ ระบอบประชาธิปไตยที่ลงลึกทุกระดับชั้น

“ปัจจุบันผู้ใดอยากเป็นกำนัน ก็ใช้เงิน 1 ล้านบาท กล่าวคือในหมู่บ้านมี 400 เสียง ซื้อไป 250 เสียง ได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน และในตำบลหนึ่งมี 10 หมู่บ้าน ซื้อหมู่บ้านละ 6 เสียง ก็ได้รับเลือกเป็นกำนันและเป็นไปตลอดชีพ ดังนั้น สิ่งที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งรวมถึง ส.ว.ที่มาจากการสรรหา ต้องแก้ไขเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยทั้งแท่ง”นายพิเชษฐ์ กล่าว

นายสาธิต ปิตุเตชะ สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การปฏิรูปมีหลายปัจจัย โดยเฉพาะความคิดที่มีต่อนักการเมืองเป็นปัญหาใหญ่ ส่วนใหญ่ทรรศนะคติไม่ดี ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน จำเป็นต้องปฏิรูป และต้องโทษตัวเองไม่สามารถทำภาพลักษณ์ให้ดีขึ้นได้ แต่หัวใจสำคัญคือประชาชนต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่ นักการเมือง รัฐสภาไทย ให้มากขึ้น

“อยากเสนอให้รัฐสภาไทยเป็นคลังข้อมูล เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศ ใช้ข้อมูลในสภาและวุฒิสภา เพื่อเป็นข้อมูลตัดสินใจทางการเมือง การดำเนินชีวิต หรือเลือกผู้แทน ซึ่งสภาถือมีส่วนสำคัญ จำเป็นต้องมีข้อมูลให้เข้าถึงมากที่สุด อีกทั้ง ต้องให้ประชาชนเข้าง่ายที่สุด ดังนั้น อยากเสนอให้ออกกฎหมาย เพราะปชช.ยังไม่เข้าใจว่าสองสภามีหน้าที่อย่างไร”สาธิต กล่าว

ขณะที่นางมานวิภา อันทรทัต อดีต สว.กทม. ในฐานะผู้วิจัยในโครงการประเมินการดำเนินงานของรัฐสภาไทยตามเกณฑ์และตัวชี้วัดของสหภาพรัฐสภา (ไอพียู) สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ช่วงเดือนก.พ. – พ.ค. 2556 มีการสำรวจและประเมินการทำงานของสมาชิกรัฐสภา ข้าราชการรัฐสภา ประชาชนในจังหวัดต่างๆ เพื่อการประเมินผลตามเกณฑ์ของไอพียู จำนวน  6 ด้าน ได้ผลสำรวจ คือ 1.การเป็นตัวแทนของประชาชน อยู่ระดับปานกลาง แต่สิ่งที่ต่ำกว่าเกณฑ์ คือ ด้านความหลากหลายของสมาชิกรัฐสภา

2.ด้านการตรวจสอบฝ่ายบริหารพบว่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลางค่อนข้างสูง แต่สิ่งที่ต่ำกว่าเกณฑ์คือการตรวจสอบเรื่องงบประมาณและการตรวจสอบฝ่ายบริหารและองค์กรอิสระ, 3.ด้านการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ อยู่ระดับปานกลางค่อนข้างสูง แต่ยังพบว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนอยู่ในระดับต่ำ, 4.ด้านความโปร่งใสและการเข้าถึง พบว่าอยู่ระดับปานกลาง โดยสิ่งที่เป็นข้อบกพร่องอยู่คือ ความโปร่งใสและปลอดจากอิทธิพลของนักธุรกิจและกลุ่มผลประโยชน์ทางธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม 5.ด้านสำนึกรับผิดชอบ พบว่าอยู่ระดับปานกลาง โดยสิ่งที่ยังบกพร่อง คือ การรายงาน ตรวจสอบและลงโทษสมาชิกรัฐสภาที่มีพฤติกรรมผิดจริยธรรมหรือเข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อน และ 6. ด้านกามีส่วนร่วมนโยบายระหว่างประเทศ พบว่าอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างสูง แต่มีสิ่งที่บกพร่อง คือ การสร้างความมีส่วนร่วมของประชาชนด้านการกำหนดนโยบายระหว่างประเทศ ดังนั้นโดยสรุปภาพรวมการทำงานของรัฐสภายังอย่ระดับปานกลาง

ด้านนายพรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า ปัญหาของรัฐสภาไทยปัจจุบัน คือ การถูกสร้างภาพลักษณ์ในเชิงลบเกินความเป็นจริง ด้วยวาทะกรรมการเมือง เช่น เผด็จการรัฐสภา  เผด็จการเสียงข้างมาก ซึ่งหมายถึงเป็นความพยายามกดไม่ให้สภาฯใช้อำนาจ ดังนั้น ต้องแก้ไขในภาพลักษณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ที่ผ่านมา มีการสำรวจผลงานด้านการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ โดย Word Justice Project ในส่วนของการตรวจสอบและถ่วงดุลของฝ่ายบริหารพบว่าในจากคะแนนเต็ม 100 ประเทศไทย ในปี 2009 ได้คะแนน 53, ในปี 2010 ได้คะแนน 57 คะแนน, ในปี 2011 ได้คะแนน 51 คะแนน และในปี 2012 ได้คะแนน 67 คะแนน ถือเป็นภาพการตรวจสอบที่ไม่เลวร้าย อีกทั้ง ในส่วนการทำงานของระบบรัฐสภา ควรจะส่งเสริมให้ฝ่ายกฎหมายของรัฐสภาเข้มแข็ง

“เรื่องการปรับ ครม. จริงๆ แล้วส่วนหนึ่งมาจากการทำงานของฝ่ายสมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ทำให้ฝ่ายบริหารต้องปรับครม. ดังนั้นการประเมินว่าสภาทำหน้าที่มีประสิทธิภาพหรือไม่อย่าติดตามผลสำเร็จเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น เพราะสุดท้ายการลงมติไม่สามารถนำตัวเขาออกได้ จะนำไปสู่แรงกดดันทางการเมืองให้เขาปรับ ครม.” นายพรสันต์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว